วันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

ตอนพิเศษ BNyoung II







                 แจบอมก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร ทำไมเขาถึงได้เอาแต่มองโทรศัพท์ทุกครั้งที่ว่างจากการคิดงาน
                มันเงียบเกินไปหรือเปล่านะ ทำไมถึงไม่มีแจ้งเตือนจากจินยองเลยสักนิด
                ถึงปกติ จินยองจะไม่ค่อยส่งข้อความมาหาก็เถอะ แต่มันก็ยังมีบ้าง ส่วนตอนนี้น่ะเหรอ ไม่มีสักข้อความที่จินยองจะส่งมาหาเขาเลย
                ครั้งที่แล้วที่เขาบินไป เขาอยู่ที่นั่นได้ไม่กี่วัน เจอจินยองแค่ตอนเขาไปถึง อีกฝ่ายออกมาทักทายตามมารยาทเท่านั้น เราไม่ได้คุยอะไรกันเลย เหมือนจินยองเองก็พยายามที่จะหลบหน้าเขา ทักทายเสร็จก็กลับบ้านไป
                ไม่ติดต่อ ไม่สนใจ ทำเหมือนไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา
                มันไม่เคยเป็นแบบนี้ เขาไม่เคยรู้สึกเหมือนกำลังจะสูญเสียจินยองไป
                พรุ่งนี้แกบินไปก็ไปเยี่ยมน้องชายด้วย ไม่ใช่ทำแต่งานล่ะ ถามพวกเขาด้วยว่าแบมแบมเป็นยังไงบ้าง ทั้งเรื่องเรียนและเรื่องอื่นๆ
                ทราบแล้วครับป๊า
                กับจินยองน่ะ ไปถึงไหนแล้ว
                ก็เหมือนเดิมครับเหมือนเดิมของแจบอมคือแย่เหมือนเดิมตั้งแต่จินยองบินไป ถ้าไม่นับประโยคที่จินยองพูดว่า สวัสดีครับพี่แจบอม ก็ไม่ประโยคไหนอีกแล้วที่หลุดออกมา
                จินยองยังไม่มีใคร แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ายังมีเขาเหมือนเดิมอยู่หรือเปล่า
                ฉันไม่ได้หวังว่าตัวเองจะได้ยินว่าจินยองขอถอนหมั้นแกอีกนะแจบอม
                ผมทราบครับป๊าเพราะเขาเองก็ไม่อยากได้ยินประโยคนี้ออกจากปากจินยองเหมือนกัน
                ถ้าแกไม่พอใจจินยอง เอาไว้แต่งงานกันไปสักปีสองปี แกจะไปมีเล็กมีน้อยที่ไหนก็เรื่องของแก แต่อย่าให้จินยองระแคะระคายก็พอ
                ดวงตาเรียวฉายชัดถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน แต่ฮันวอลไม่สังเกตเลยสักนิดว่าพอตัวเองพูดประโยคนี้ออกมาแววตาของแจบอมที่นิ่งสงบก็เปลี่ยนไปในทันที
                แต่ยังไงพวกแกสองพี่น้องไม่ใครก็ใครก็ต้องมีลูก มีหลานให้ฉัน แต่ถ้าเป็นไปได้ เป็นเด็กที่เกิดมาจากแกน่าจะดีกว่า ลูกไอ้กลาง แจ็คสันมันคงไม่ยอมพามาที่นี่ง่ายๆ แน่
                แจบอมได้แต่นิ่งคิดคำพูดของพ่อตัวเอง เขากำลังคิดว่าถ้าเขามีลูกจริงๆ เด็กคนนั้นก็ต้องมารับกรรมต่อจากเขา เกิดมาเพียงเพื่อมาสืบทอดอำนาจที่พอเอาเข้าจริง ไม่มีอะไรที่เป็นของตัวเองได้เลย มันเป็นเพียงสิ่งภายนอกเท่านั้น ความสุขของตัวเองแบบคนทั่วไป ใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่แบบคนอื่น เขายังไม่มีเลย แล้วทำไม เขาต้องให้ใครอีกคนที่เกิดจากตัวเขามารับกรรมนี้ต่อ
                พ่อไม่ได้อยากได้ลูกที่เกิดจากเขาเพียงเพื่อสืบอำนาจ แต่พ่อกำลังปกป้องแจ็คสัน ถนอมน้ำใจแจ็คสัน และลูกที่เกิดจากแจ็คสัน
                ผมขึ้นไปเก็บของก่อนนะครับป๊า พรุ่งนี้ต้องบินแต่เช้าแจบอมพูดจบก็ขึ้นห้องไปเลย ไม่ได้รอให้ผู้เป็นพ่ออนุญาต
                แจบอมเหนื่อยกับหลายสิ่งในช่วงนี้จนไม่อาจจะทำให้ตัวเองรับฟังสิ่งที่พ่อพูดถึงน้องชายให้ตัวเองช้ำใจไปมากกว่านี้
                คืนนั้นแจบอมนอนไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็รีบไปที่สนามบินเลย แต่ถึงเกาหลีได้ไม่นานก็ออกมาทำงานต่อ เขาได้เจอจินยองเพียงแค่ไม่กี่นาที ยังไม่ทันได้พูดคุยกันด้วยซ้ำ และกว่าจะกลับถึงบ้าน ไฟในบ้านก็ปิดเกือบหมดแล้ว
                แจบอมเดินเข้าไปยังโซนบ้านพักที่เขามาพักเป็นประจำ บ้านหลังนี้อยู่ไม่ไกลจากบ้านของแบมแบมเท่าไหร่นัก แน่นอนว่าตอนนี้บ้านของแบมแบมปิดไฟนอนกันหมดแล้ว
                แจบอมคิดเอาไว้ว่าเอาไว้พรุ่งนี้เช้าค่อยตื่นไปเจอจินยองก็ได้ แต่ใครจะคิดว่าพอเขาเปิดไฟ จะเห็นจินยองนอนขดตัวอยู่บนโซฟา
                วางสูทลงบนโต๊ะก่อนจะคุกเข่าลงข้างโซฟา เขามองใบหน้าที่ไม่ได้เจอกันมานานร่วมสองเดือน ไม่ได้คุย ไม่ได้ยินเสียงเลยตั้งแต่จินยองย้ายมาที่นี่ จินยองเองก็ไม่เคยติดต่อเขาเลยด้วยซ้ำ
                แจบอมสำรวจไปทั่วทั้งร่างของคนตรงหน้า เก็บภาพทุกอย่างบันทึกลงในสมอง สำรวจถึงความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยที่เกิดขึ้นกับจินยอง แต่สิ่งที่สะดุดตาเขามากที่สุดคือสร้อยข้อเท้าเส้นนั้นที่เขาเป็นคนสวมให้ จินยองยังคงใส่มันอยู่
                รอยยิ้มกว้างๆ ฉายชัดบนใบหน้าหล่อเหลาทันทีที่สังเกตเห็นเครื่องประดับที่เขาสั่งทำให้กับจินยอง เขาตั้งใจออกแบบด้วยตัวเอง แม้ว่าจะไม่ใช่ทางถนัดของเขาก็ตาม แต่เขาก็พยายามออกแบบออกมาเพื่อให้ได้สร้อยข้อเท้าที่สวยถูกใจแบบนี้
                แจบอมเก็บสายตากลับคืนมาเขาไม่อาจจะปล่อยให้จินยองนอนอยู่ตรงนี้ได้นานไปมากกว่านี้แล้ว เพราะอากาศที่นี่เย็นเอามากๆ
                มือหนาแตะลงบนแขนของคนที่หลับสนิทเบาๆ แจบอมเขย่าตัวจินยองด้วยความใจเย็นจนอีกฝ่ายเริ่มขยับตัว
                จินยองถึงกับสะดุ้งเมื่อสิ่งแรกที่เห็นเด่นชัดในสายตาคือใบหน้าที่เห็นเมื่อตอนกลางวันเพียงแค่ไม่กี่นาที
                เขาไม่ได้ตั้งใจจะมาหลับที่นี่ซะหน่อย แค่แวะมาดูความเรียบร้อยในบ้านก็เท่านั้น เขารู้ว่าคนที่นี่ไม่ได้สนิทอะไรกับแจบอมมาก และคงไม่รู้ว่าแจบอมชอบอะไร ไม่ชอบอะไร และกระเป๋าของแจบอมคงจะยังไม่ได้เปิดเอาเสื้อผ้ามาใส่ตู้ เขาก็เลยเข้ามาช่วยจัด คิดแค่ว่าอยากจะนั่งพักสักนิด แต่ไม่คิดว่าตัวเองจะหลับไปนานจนแจบอมกลับมา
                ดึกแล้ว ขอตัวก่อนนะครับพอตั้งสติได้ จินยองก็เตรียมตัวจะหนีไปในทันที ถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกคิดถึงคนตรงหน้ามากก็ตามเถอะ แต่พอมาเจอกันจริงๆ เขาเองก็วางตัวไม่ถูกเหมือนกัน
                เดี๋ยวสิ วันนี้เรายังไม่ได้คุยอะไรกันเลยนะจินยองจินยองไม่รอให้อีกฝ่ายพูด เจ้าตัวเดินออกจากบ้านแจบอมไปในทันที
                แจบอมได้แต่มองตามคนตัวเล็กกว่าที่รีบเดินหนีเขาไปไกล ไม่ยอมแม้กระทั่งสบตากัน
                ครั้งนี้จินยองคงจะโกรธเขามากจริงๆ
                เช้าวันถัดมา แจบอมตื่นตั้งแต่เช้าและเดินไปหาน้องชายที่อยู่บ้านข้างๆ แจบอมเลี่ยงที่จะไม่พูดเรื่องของมาร์คกับแบมแบมแล้ว เพราะเขารู้ดีว่าประเด็นนี้ทำให้เราทั้งคู่ทะเลาะกัน แต่แบมแบมนั่นแหละที่จุดประเด็นขึ้นมา เราเลยทะเลาะกันเสียงดังลั่นบ้านจนจินยองเดินลงมาจากข้างบน
                เขาพยายามระงับอารมณ์โกรธของตัวเอง จ้องใบหน้าน้องชายที่น้ำตาไหลอาบแก้ม
                ไม่ใช่ว่าไม่สงสาร แต่เขาไม่เข้าใจว่าทำไมแบมแบมถึงยังไม่ตัดใจที่จะตามหาคนแบบมันอีก คนแบบนั้น ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะหันมาแว้งกัดเรา
                แบมแบม! แกอย่ามาเดินหนีพี่แบบนี้นะ!จินยองรีบเอื้อมมือไปคว้าข้อมือแจบอมไม่ให้วิ่งตามแบมแบมขึ้นไปข้างบนห้อง ขืนปล่อยให้ตามกันขึ้นไป คงได้ทะเลาะกันใหญ่กว่านี้แน่ๆ
                พี่แจบอมครับ จินว่าพี่ไปข้างนอกกับจินดีกว่านะครับจินยองทั้งฉุด ทั้งดึงให้แจบอมเดินตามออกมาและเหมือนฌอนจะเข้าใจดี ถึงได้เปิดรถรอเราทั้งคู่ เขาจัดการพาตัวแจบอมเข้าไปข้างในได้สำเร็จ ถึงได้ตามเข้าไปด้วยและรีบปิดประตูรถ ให้ฌอนรีบขับออกไปเลย
                ฌอนขับไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีจุดหมาย คอยลอบมองคนทั้งคู่ที่นั่งเงียบๆ กันอยู่ที่ด้านหลัง สีหน้าของแจบอมยังคงมีคนกรุ่นโกรธอยู่ ส่วนจินยอง ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ เพราะเอาแต่หลับตานั่งนิ่งๆ เงียบๆ อยู่ด้านข้าง
                ฌอนไม่ได้ถามทั้งคู่ว่าจะไปที่ไหน แต่คิดว่าไหนๆ ก็ออกมาแล้ว เวลาของแจบอมที่อยู่ที่นี่ก็น้อยแสนน้อย ได้ออกจากบ้านมาทั้งทีก็ส่งทั้งคู่ให้ไปเที่ยวด้วยกันเลยแล้วกัน
                เสียงเปิดประตูรถทำให้จินยองต้องลืมตาขึ้นมามอง เขาเคยมาเที่ยวที่นี่อยู่หลายครั้ง แต่ครั้งนี้คนที่มาด้วยดูจะแปลกไป เป็นคนที่ไม่น่าจะชอบเที่ยวอะไรแบบนี้แน่ๆ
                แจบอมถามคนสนิทของตัวเองผ่านสายตา แต่ฌอนเอาแต่หลบตา ทำเป็นมองไปที่อื่น ส่งสายตาให้จินยองช่วยให้เขาออกจากสถานการณ์แบบนี้แทน
                จินยองเหมือนจะเข้าใจดี ถึงได้ลงจากรถแล้วเดินนำไปก่อน
                เพราะอากาศมันเย็นและพวกเขาออกมาจากบ้านเลย เสื้อกันหนาวก็ไม่มีใส่ จินยองถึงได้แวะซื้อเสื้อกันหนาวสำหรับเขาและใครอีกคนที่เดินตามมาอีกตัว จินยองไม่รู้ไซส์ของแจบอม แต่จากการชอบเดินซื้อเสื้อผ้ากับแบมแบม เขาเลยคิดเอาเองว่าแจบอมน่าจะใส่ตัวไหนแล้วพอดี
                จินยองยื่นเสื้อกันหนาวสีเทาที่เขารู้สึกว่าเป็นสีที่อยู่ระหว่างสีดำและสีขาวที่แจบอมชอบใส่ แต่แจบอมไม่เคยใส่สีนี้ให้เห็น เขาเลยลองทาบที่ตัวแจบอมดู
                ข้างนอกมันหนาว ถ้าไม่ใส่เสื้อ เดี๋ยวจะป่วยได้นะครับ
                เราเองก็ต้องใส่ด้วยเหมือนกันแจบอมเดินไปหยิบเสื้อไหมพรมสีแดงให้กับจินยอง ส่งสายตาเป็นการท้าทายว่าถ้านายกล้าใส่ พี่ก็กล้าใส่
                จินยองรับไปอย่างไม่ลังเล สีแดงก็ไม่ได้แย่ซะหน่อย สวยดีด้วย
                ทั้งคู่ได้เสื้อกันหนาวเรียบร้อย จินยองถึงได้เดินออกจากร้านเดินเข้าร้านกาแฟเพื่อหาเครื่องดื่มอุ่นๆ สำหรับเราทั้งคู่
                แจบอมทำได้เพียงแค่เดินตาม เพราะเขาเองก็ไม่ได้คิดจะไปไหน แต่ในเมื่อจินยองดูสนุกกับการมาเดินที่นี่ เดินเข้าร้านนู้นออกร้านนี้ แจบอมก็แค่เดินตามและจ่ายเงินให้ก็เท่านั้น
                แต่การต่อแถวซื้อไอศกรีมทั้งๆ ที่อากาศมันหนาว เขาไม่เห็นด้วยเท่าไหร่นัก
                อากาศมันก็เย็นอยู่แล้ว เรายังจะกินไอศกรีมอีกเหรอ ถ้าไม่สบายขึ้นมาจะทำยังไง
                ก็อยากกินนี่ครับจินยองยู่ปากใส่อย่างขัดใจ การกระทำเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่เคยได้เห็น ทำเอาแจบอมทำตัวไม่ถูก
                ไปกินอย่างอื่นเถอะแจบอมคว้ามือที่เล็กกว่ามาจับและดึงออกมาจากแถวเพื่อไปที่อื่น ส่วนจินยองน่ะเหรอ ช็อกไปแล้ว
                จินยองมองมือที่ถูกแจบอมจับไว้ มือใหญ่ที่เย็นเพราะอากาศหนาวกุมมือเขาไว้ทั้งหมด แต่ถึงมือแจบอมจะเย็นยังไง แต่พอจับมือเขาไว้แบบนี้มันก็พาลให้เขารู้สึกอุ่นไปทั้งใจแล้ว
                แจบอมจับมือนิ่มของอีกคนเอาไว้แล้วกระชับไว้แน่น เพราะยิ่งเดินคนก็ยิ่งเยอะ เขากระชับมือจินยองก็เพื่อให้อีกคนขยับเข้ามาใกล้ และไม่ให้เดินห่างกัน จนหากันไม่เจอ
                แจบอมไม่ได้ชอบอยู่ในที่ๆ คนพลุกพล่านเท่าไหร่นัก คิ้วสวยขมวดเข้าหากันแทบจะตลอดเวลา แต่เขาก็ไม่โวยวายอะไร ในเมื่อจินยองยังคงสนุกกับการได้เล่นที่นี่จนถึงมื้อกลางวัน
                จินยองไม่ได้ให้ฌอนพากลับบ้าน แต่กลับบอกทางให้มาที่ร้านเนื้อย่างที่เขาไม่เคยเข้าเลยสักครั้ง แต่เพราะจินยองเดินนำเข้าไปแล้ว เขาถึงได้เดินตามเข้าไป จินยองสั่งทุกอย่างอย่างคล่องแคล่ว คล้ายกับเป็นเจ้าถิ่น
                เขารู้ตลอดว่าจินยองทำอะไร ที่ไหน เวลาใดบ้าง แต่ถ้าเป็นไปได้ เขาก็อยากรับฟังความเป็นไปในชีวิตของจินยองจากคำบอกเล่าจากปากจินยองเอง ไม่ใช่ให้คนติดตาม
                จากตอนแรกที่จินยองไม่ค่อยคุย และเอาแต่หลบหน้าเขา ในตอนนี้ แจบอมเหมือนได้จินยองคนเดิมกลับมา
                จินยองเด็กที่ร่าเริง น่ารัก สดใส และจิตใจดี ซึ่งเป็นนิสัยที่คนอย่างเขาไม่มี
                จินยองเหมือนคนละขั้วกับเขาก็จริง แต่เพราะจินยองมีในสิ่งที่เขาไม่มี มันเลยทำให้เขาไม่อาจจะละสายตาจากเด็กตรงหน้าได้เลย เขาฝังใจกับเด็กคนนี้มานานมาก ความทรงจำแรกของเขาในความคิดจินยองคงเป็นวันที่จักรยานล้ม แต่ใครจะรู้ล่ะว่า เขาเคยเจอจินยองมานานแล้ว
                เด็กคนนั้นใส่ชุดประถมต้น เด็กที่เป็นคนที่แอบเอานมไปเทให้แมวจรจัดที่ข้างกำแพงโรงเรียน เข้าไปลูบศีรษะแมวด้วยมืออันสั่นเทา ถูกแม่ดุและพาไปฉีดยาเพราะถูกแมวข่วน แต่ก็ยังแอบไปเล่นกับเจ้าเหมียวตลอด เด็กคนที่ร้องไห้เพราะแมวตัวนั้นหายไป เพราะเจ้าตัวคิดว่ามันตาย ทั้งๆ ที่จริงแล้ว เขาให้คนไปเอาเจ้าแมวตัวนั้นไปเลี้ยงและดูแลอย่างดีจนสิ้นอายุขัยของเจ้าแมวตัวนั้น
                เขาเลี้ยงแมวตัวนั้นแทนจินยอง เพราะจินยองยังเด็ก และพ่อแม่จินยองไม่อนุญาตให้เลี้ยง
                ในตอนนี้เขารู้สึกโชคดีเหมือนกันที่จินยองไม่เคยโกรธเขานานจนถอดใจไป แต่ใครจะรู้ล่ะว่าโชคดีของเขาจะหมดลงเมื่อไหร่
                บางทีคำพูดของแจ็คสันก็คงจะมีส่วนที่ถูก การที่เขาเย็นชาต่อไป ไม่ชัดเจนกับจินยองสักที ถึงรักมากแค่ไหน มันก็ต้องมีเหนื่อยกันบ้าง แล้วถ้าวันหนึ่งจินยองเหนื่อยกับการที่จะรักเขาต่อไป คนที่จะตายน่ะคือเขาแน่นอน อย่างไม่ต้องสงสัยเลยยังไงล่ะ
                ในเมื่อตอนนี้ยังมีโอกาส ผมจะคว้าเอาไว้และจับไว้ให้มั่น จะไม่มีทางทำให้จินยองน้อยใจหรือเสียใจไปมากกว่านี้
                เข้าบ้านเถอะ ดึกแล้ว
                พี่แจบอมเองก็กลับบ้านไปนอนด้วยนะครับ ไม่ใช่เคลียร์งานต่อ
                เข้าใจแล้ว
                ไม่ใช่แค่แจบอมที่คอยสังเกตจินยองอย่างเดียว แต่จินยองเองก็สังเกตถึงท่าทีของแจบอมที่เปลี่ยนไปเหมือนกัน คล้ายกับตอนที่เราอยู่ด้วยกันที่บ้านหลังนั้น ที่มีแค่เขาและแจบอมอยู่ในบ้าน แจบอมไม่ได้ดูเย็นชา ไม่ได้อารมณ์ร้อนหรือพูดจาไม่ดีใส่เขา
                แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพรุ่งนี้แจบอมจะยังคงเป็นแบบนี้อยู่หรือเปล่า
                ที่เหมือนจะหายโกรธเรื่องก่อนจะบินมา แต่จริงๆ เขาไม่ได้หายโกรธหรอกนะ เขายังคงเคืองๆ อีกฝ่ายอยู่ แต่ที่เขาไม่อยากมานั่งประชดใส่ หรือหนีหายไป เพราะเวลาที่จะเจอกัน อยู่ด้วยกัน มันน้อยมากจริงๆ และต้องยอมรับเลยว่าเขาคิดถึงแจบอมมากจริงๆ หลายเดือนที่ไม่ติดต่อไป แค่นี้เขาก็รู้สึกว่าเขาเก่งมากแล้ว
                จินยองกลับไปนอนและคิดถึงวันนี้ที่เราได้อยู่ด้วยกัน เขาชอบแจบอมที่เดินเที่ยวกับเขา ชอบที่แจบอมไม่ได้เย็นชาใส่ ชอบที่แจบอมเองก็เหมือนพยายามจะทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ แต่เขาอยากจะทำ และทำไปด้วยกันกับเขา
                ถ้าเป็นไปได้ พรุ่งนี้เขาก็อยากจะไปเที่ยวกับแจบอมอีก มีอีกหลายสถานที่ที่เขาได้ไป แล้วคิดถึงแจบอมทุกครั้ง อยากให้เราได้ไปด้วยกัน
                ไม่ใช่แค่จินยองที่มีความสุขกับวันนี้อยู่ฝ่ายเดียวเพราะแจบอมเองก็ไม่ต่างกัน เขากำลังนอนคิดว่า พรุ่งนี้เขายังมีเวลาอยู่ที่นี่ต่อ เขาควรชวนจินยองออกไปไหนอีกดีหรือเปล่า
                เช้าวันที่สามที่ได้อยู่เกาหลี ทันทีลงมาด้านล่าง กลิ่นอาหารก็ลอยมาจากในครัว แจบอมเดินตามกลิ่นไปถึงได้เห็นจินยองที่ยืนอยู่หน้าเตา ทำอาหารเช้าอยู่คนเดียว ไม่มีผู้ช่วย แต่กับข้าวสองสามอย่างที่เสร็จแล้วก็บอกให้แจบอมรู้ว่าอีกฝ่ายเข้ามาในครัวนี้นานแล้ว แต่ที่น่าแปลกคือ คนตื่นง่ายอย่างเขากลับนอนหลับสนิทและตื่นตามเวลาปกติของตัวเอง โดยที่ไม่รู้ว่ามีใครอีกคนอยู่ในบ้าน สงสัยเมื่อคืนเขาจะนอนหลับสนิทจริงๆ ในรอบหลายปี
                มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับจินยองหันหลังมาหยิบของถึงกับสะดุ้งเมื่อเห็นร่างๆ หนึ่งยืนกอดอกพิงกรอบประตูเงียบๆ ไม่พูดไม่จาและการมาของแจบอมเรียกได้ว่าแทบไม่ได้ยินเสียง
                สักพักแล้ว
                จินเห็นพี่แจบอมไม่ชอบไปกินข้าวกับบ้านใหญ่เลยแวะมาทำให้ ไม่รู้ว่าพี่แจบอมอยากจะกินอะไรเลยทำออกมาสามสี่อย่าง ลองชิมดูนะครับ ถ้าไม่อร่อย จินจะไปยกอาหารจากครัวใหญ่มาให้
                พูดเหมือนพี่ไม่เคยกินฝีมือจินเลย จินกินข้าวหรือยัง กินพร้อมกันกับพี่สิ
                ครับ
                บรรยากาศบนโต๊ะอาหารมีเพียงเสียงช้อนกรัทบกับถ้วยข้าว เพราะต่างฝ่ายต่างอยู่ในความคิดของตัวเอง จินยองไม่รู้ว่าแจบอมว่างหรือเปล่า ส่วนแจบอมก็เคยแต่บังคับจินยองให้ไปด้วยกัน ไม่เคยชวนไปไหนด้วยกันดีๆ
                เรามีอะไรจะพูดกับพี่หรือเปล่า
                แล้วพี่แจบอมล่ะครับ มีอะไรจะคุยกับจินมั้ย?”
                เราไปเที่ยวกันมั้ย/เราไปเที่ยวกันมั้ยต่างฝ่ายต่างได้ยินประโยคที่ตรงกันถึงกับหลุดยิ้มออกมาทั้งคู่
                พี่แจบอมจะชวนจินไปไหนล่ะครับ?”
                พี่ตามใจจินยองเลย เราอยากไปที่ไหน พี่ก็จะไปด้วย
                จินยองมีที่เที่ยวที่ชอบไปไม่เยอะ และไม่รู้ว่าแจบอมจะชอบมั้ย แต่เขาชอบและคิดว่าการได้แบ่งปันสิ่งที่เราชอบให้คนที่ชอบได้รับรู้ เหมือนกันได้พาเขาเข้ามาอยู่ในโลกของเรา
                จินยองเลือกที่จะพาแจบอมไปที่หอศิลป์ที่เขาเคยมาสองสามครั้ง ระหว่างเข้ามา เขาคอยลอบมองแจบอมอยู่บ่อยๆ แต่กลายเป็นว่าสิ่งที่เขากังวลว่าแจบอมจะเบื่อกลับไม่เป็นแบบนั้นเลย
                ต่างคนต่างอยู่ในโลกของตัวเอง แจบอมไม่คิดว่าจินยองเองก็ชอบที่จะมาดูงานศิลปะ ชอบเขาพิพิธภัณฑ์ ความชอบของเราบางมุมก็คล้ายกันมากจริงๆ
                ออกจากพิพิธภัณฑ์ จินยองก็พามาปั่นจักรยานที่ริมแม่น้ำ ปูเสื่อกินบะหมี่สูตรของจินยอง แน่นอนว่าแจบอมไม่ได้สัมผัสชีวิตแบบนี้มาก่อน ความเรียบง่าย ความสุขกับอะไรเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ เขาไม่เคยได้สัมผัส แต่ตอนนี้ ที่ได้อยู่กับจินยอง เขาได้ทำอะไรที่ไม่เคยทำ แต่เป็นสิ่งที่อยากทำมานานมากแล้ว
                พี่แจบอมอยู่ที่นี่กี่วันเหรอครับ
                แต่พี่อยู่ที่นี่ได้แค่สามวันนะจินยอง
                งานยุ่งมากเลยเหรอครับ?”
                เพิ่งจะได้เจอกันและกลับมาคุยกันไม่นาน ก็ต้องแยกกันอีกแล้ว
                ใช่ งานที่ไทยเยอะมากๆ พี่เลยอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน
                พี่แจบอมได้พักบ้างไหมครับจินยองสังเกตมาหลายวันแล้ว แจบอมเป็นคนเก็บสีหน้าและแววตาเก่งก็จริง แต่มันก็ยังฉายความอ่อนล้าออกมาให้เห็นในบางที
                พี่หิวจัง ที่บ้านพอมีอะไรให้กินบ้าง
                เดี๋ยวจินไปทำให้ครับ พี่แจบอมรอก่อนนะครับแจบอมพยักหน้าและยอมปล่อยให้จินยองไปทำอะไรง่ายๆ ให้กิน แต่ไม่คิดว่าจินยองจะทำมาให้กินตั้งสามสี่อย่าง
                พี่แจบอมอยากได้อะไรอีกมั้ยครับ
                พอแล้วแหละ นั่งสิ เราไม่กินเหรอ?”
                พอแล้วครับ
                ตลอดสามวันที่ได้อยู่ที่นี่ แจบอมเหมือนทิ้งภาระหน้าที่ทุกอย่าง ทิ้งความเป็นอิม แจบอมที่ทุกคนรู้จัก เพื่อเดินเข้าพิพิธภัณฑ์ หอศิลป์และนั่งอยู่บนเสื่อข้างแม่น้ำกับจินยองเหมือนคนว่างงาน ไม่มีเรื่องหนักใจอะไรต้องคิด และมองดูจินยองที่นั่งอ่านหนังสือเงียบๆ อยู่ข้างๆ
                เขาใช้เวลาอยู่กับจินยอง อยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกว่าเขายังไม่อยากกลับไทยเลยสักนิด การได้อยู่กับจินยองตลอดสามวันนี้ สำหรับแจบอมมันดีมากจริงๆ
                และดูเหมือนว่า เขาจะติดรสมือของจินยองไปแล้ว
                จินยองรู้สึกเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างกำลังจะดีขึ้น เขาไม่ได้คิดไปเองแน่ๆ เพราะแจบอมเริ่มจะตอบกลับข้อความของเขาบ้าง คุยกันผ่านโทรศัพท์ และทุกเดือนแจบอมจะมาที่นี่หนึ่งครั้ง แม้ว่าจะไม่ได้อยู่นาน และมาเพราะงานก็ตาม แต่เขารู้สึกว่าการมาเรียนเกาหลี ไม่ใช่แค่ได้มาเรียนเป็นเพื่อนแบมแบมแล้ว แต่มันทำให้สถานการณ์รัหว่างเขากับแจบอมดีขึ้นอีก บางทีอยู่ใกล้กันเกินไป เห็นกันอยู่ตลอด มันก็ไม่ดีเสมอไป พอได้ห่างกันบ้าง ถึงได้รู้ว่า เราไม่อาจจะขาดจากกันได้เลยจริงๆ

BN’ s Special Part

                ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ต้องกลับไทยสักที เขาไม่เคยคิดว่านอกจากครอบครัวแล้ว เขาจะได้เห็นแจบอมที่ยืนอยู่ข้างๆ พ่อของเขา
                เหนื่อยกันไหมเด็กๆ พวกเราจองร้านอาหารไว้ รีบไปกันเถอะจินยองแอบเผลอไปมองแจบอมที่ถามไถ่แบมแบมเสียงเบาด้วยความเป็นห่วงทั้งคู่ ความสัมพันธ์ของพี่น้องคู่นี้ ไม่ดีขึ้นเลยตั้งแต่มาร์คไม่อยู่
                ไปกันเถอะแจบอม แบมแบมคงหิวแล้วแจบอมพยักหน้าให้พ่อของจินยองก่อนจะเดินตามครอบครัวปาร์คไป ปล่อยให้แจ็คสันคุยกับน้องรักตัวเองต่อไป เพราะแจบอมรู้ดีว่าตอนนี้ตัวเองกับแบมแบมราวกับน้ำกับไฟ
                เป็นยังไงบ้าง เดินทางมาเหนื่อยหรือเปล่าแจบอมเอ่ยถามคนตัวเล็กที่เดินรั้งท้าย
                นิดหน่อยครับ แล้ววันนี้พี่แจบอมว่างเหรอครับ ถึงได้มารับแบมด้วย
                ไม่ได้ว่างหรอก แต่พยายามเคลียร์งานจนมีเวลามารับเราทั้งคู่
                จินซื้อของฝากมาให้พี่ด้วย เอาไว้หายเหนื่อยแล้วจินเอาไปให้นะครับ
                เราโทรมาก็ได้ เดี๋ยวพี่ไปรับที่บ้าน
                ครับจินยองคลี่ยิ้มให้อีกคนก่อนจะพาตัวเองเข้าไปในรถของที่บ้าน
                สองวันหลังจากกลับไทยก็ตรงกับวันอาทิตย์พอดี รถของแจบอมก็เลี้ยวมาจอดหน้าบ้านตามสัญญาที่ให้ไว้และนัดเวลากันไว้ตั้งแต่เมื่อคืน
                วันนี้ลูกชายคุณแม่อารมณ์ดีจังเลยนะคะ
                ก็ปกตินะครับ
                เข้าไปเถอะ พี่เขารออยู่ข้างในแล้วจินยองเข้าไปหอมแก้มคุณแม่คนสวยก่อนจะยกมือไหว้แจบอมที่นั่งคุยกับพ่อเขาอยู่
                ออกไปกับพี่เขาก็อย่าดื้อ อย่าซนเข้าใจไหมจินยอง
                ครับคุณพ่อ
                ผมไปก่อนนะครับอา แล้วค่ำๆ ผมจะพาน้องมาส่ง
                ฝากด้วยนะแจบอม
                ครับอา
                จินยองแอบแปลกใจที่วันนี้ได้นั่งข้างคนขับ ไม่เหมือนทุกทีที่ฌอนจะเปิดประตูด้านหลังให้ แต่สงสัยได้ไม่นาน เมื่อคนขับจำเป็นมานั่งประจำที่
                วันนี้จะพาไปไหนเหรอครับ
                ไปบ้านพี่ไม่ต้องขยายความเพิ่มจินยองก็เข้าใจดีว่าแจบอมหมายถึงบ้านหลังไหน
                จินยองไม่ได้มาที่นี่นานเกือบสามปี ทุกอย่างยังคงอยู่ที่เดิมและสะอาดสะอ้านแบบเดิมไม่เปลี่ยน และดูเหมือนเจ้าของบ้านจะไม่ค่อยได้มาที่นี่บ่อยเช่นกัน
                งานยุ่งจนไม่มีเวลาพักเลยเหรอครับ ถึงได้ไม่ค่อยกลับบ้าน
                อีกไม่นานเราก็จะได้สัมผัสชีวิตแบบนี้แล้ว เตรียมใจไว้เลยนะ
                ไม่ต้องมาขู่หรอกครับ คุณพ่อจินยองยังไม่ทำงานหนักเท่าพี่แจบอมเลย หาเวลาพักบ้างสิครับ ทำงานหนักแบบนี้ตลอด ร่างกายจะแย่เอานะครับ
                ครับๆ ทราบแล้วครับน้องจินยอง
                พี่แจบอม!!
                อะไรกัน ไม่ชอบเหรอเวลาพี่พูดเพราะๆ กับเราน่ะแจบอมยิ้มกว้างกับภาพตรงหน้าเพราะใบหน้าของจินยองตอนนี้มีแต่สีแดงเต็มไปหมด
                เลิกมองหน้าจินได้แล้วครับ พี่แจบอม จินบอกห้ามจ้องไงเล่าจินยองยกมือปิดตาคนตัวสูงกว่า แต่จินยองกลับคว้ามือไว้แล้วดึงเข้าหาตัวก่อนจะแขนอีกข้างขึ้นโอบเอวคนตัวเล็กกว่าเอาไว้ไม่ให้ไปไหน
                กลับมาอยู่ใกล้กันสักทีนะ
                เมื่อก่อนก็อยู่ใกล้ก็ไม่เห็นเป็นแบบนี้เลยนี่ครับ
                ขอโทษ พี่ขอโทษนะจินยอง
                ขอโทษจินเรื่องอะไรกันครับ
                ทุกเรื่องที่ทำให้เราเสียใจ ขอโทษที่ดูแลเราไม่ดีพอ แต่ที่พี่ทำก็เพราะไม่อยากให้จินยองต้องตกเป็นเครื่องมือของใคร แต่ตั้งแต่จินยองไปอยู่ที่นั่น เราต้องห่างกันและจินยองไม่สนใจพี่เลย มันทำให้พี่รู้ว่า สิ่งที่พี่ควรจะกลัวจริงๆ คือการเสียจินยองไปต่างหาก
                พี่แจบอมจินยองไม่เคยได้ยินประโยคยาวๆ จากแจบอมมากก่อนในชีวิต ไม่เคยได้รับรู้ความรู้สึกที่อ่อนโยนจากน้ำเสียงของแจบอมแบบนี้ จินยองไม่ได้อยากร้องไห้ แต่น้ำตามันไหลออกมาเอง เขาห้ามมันไม่อยู่จริงๆ
                แจบอมกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นไปอีก เขายกมือขึ้นลูบศีรษะของคนในอ้อมกอดแผ่วเบา
                เขาช่างวางแผนกับงานก็จริง แต่เรื่องแบบนี้กลับอ่อนด๋อย ไม่มีประสบการณ์ คิดอะไรโรแมนติกหรือสร้างบรรยากาศไม่เป็น แต่เขาคิดมานาน คิดมาสักพักแล้ว เขาควรบอกความรู้สึกกับจินยองแบบจริงจังสักที ถึงแม้ว่าอีกเกือบสี่ปี เราจะได้ใช้ชีวิตด้วยกัน แต่เขาก็ควรทำให้จินยองรับรู้ด้วยว่า ความรู้สึกของเขาที่ผ่านมาและต่อจากนี้คืออะไร
                สรุปเราดีใจหรือเสียใจกันแน่เนี่ยจินยอง หือ?”
                จินดีใจครับ จินไม่ได้อยากร้องซะหน่อยแต่มันหยุดร้องไม่ได้นี่ครับแจบอมคว้ามือจินยองให้หยุดเช็ดน้ำตาตัวเอง แล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อเช็ดน้ำตาให้จินยองแทน
                เข้าไปเรียนมหาลัย ถ้าใครมาจีบก็บอกเขาด้วยล่ะว่ามีแฟนแล้ว เข้าใจมั้ย?”
                แบบนี้เรียกว่าหวงได้หรือเปล่าครับจินยองยิ้มทั้งน้ำตาที่ยังคงไหลอยู่
                แล้วแต่เราจะเรียกเลย พี่ตามใจเราอยู่แล้ว
                จะตามใจแบบนี้ไปตลอดมั้ยครับ หรือแค่เพราะอยู่ที่บ้านหลังนี้
                ต่อไปนี้จะพยายามตามใจให้ได้มากที่สุดแล้วกัน
                ขอบคุณนะครับ
                พี่ต่างหากที่เป็นฝ่ายขอบคุณที่เรายังอยู่ตรงนี้ ไม่ไปไหน
                ก็อยากไปอยู่หรอกครับ แต่ไปไหนไม่รอดจริงๆ
                แต่ต่อไปนี้ห้ามคิดแบบนั้นอีกนะ ห้ามเด็ดขาด
                เริ่มเผด็จการแล้วนะครับ
                ช่วยไม่ได้พี่ก็เป็นของพี่แบบนี้จินยองได้แต่ส่ายหน้าให้กับเจ้าของอ้อมกอดที่เขาไม่เคยได้สัมผัส
BN’s Special Part
                ความสัมพันธ์ของเราอาจจะไม่ได้หวือหวาหรือหวานอะไรแบบคู่รักวัยรุ่นทั่วๆ ไป หรือเข้าใจกันไปทุกด้าน ทุกวันนี้ก็ยังคงต้องปรับตัวกันอยู่บ่อยๆ ด้วยวัยที่ห่างกันมาก และภาระหน้าที่ต่างๆ แต่ถามว่ามันดีสำหรับจินยองมั้ย มันก็ดีกว่าเมื่อก่อนมากๆ ที่เขาเหมือนจะรู้สึกกับแจบอมอยู่ฝ่ายเดียวแถมตอนนี้เขายังเป็นตัวเองได้มากขึ้นอีก
                ดูเหมือนผู้ชายที่ชื่อชินจะเข้ามาจีบคุณจินยองเลยนะครับ
                ถามยูคยอมหรือยัง?”
                ยูคยอมบอกว่าท่าทีในตอนแรกเหมือนจะจีบจริงๆ ครับ แต่อยู่ด้วยกันไปสักพัก เด็กคนนั้นแค่ไม่มีเพื่อนเท่านั้นครับ
                รอดูต่อไปละกัน ถ้าเข้ามาเกาะแกะแบมแบมหรือจินยองจนเกินพอดี ก็จัดการได้เลย
                ครับนาย
                ขออนุญาตเข้าไปนะครับจินยองที่ถือถาดของว่างขึ้นมาบอกกับคนข้างในเสียงเบา สีหน้าแจบอมคลายลงในทันทีที่เห็นใบหน้าที่แต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มของคนที่ก้าวเข้ามา
                คุยเรื่องงานกันอยู่รึเปล่าครับ จินขอตัวก่อนดีกว่า
                ไม่ต้องออกไปหรอกจินยอง พี่คุยกับฌอนเรียบร้อยแล้วฌอนรู้ตัวดีว่าควรพาตัวเองอยู่ตรงไหน ก่อนออกไปไม่ลืมจะล็อกประตูจากด้านในให้ด้วย
                จินแวะร้านขนมที่เพิ่งไปมาน่ะครับ รสชาติอร่อยดี พี่แจบอมน่าจะชอบ
                ขอบใจนะ พี่เองก็ให้คนเตรียมของว่างไว้ให้เราเหมือนกัน
                จินเห็นแล้วครับ ชอบมากเลยครับ ขอบคุณนะครับพี่แจบอม
                ชอบก็ดีแล้ว ช่วงนี้เรียนหนักรึเปล่า?”
                ใกล้สอบมิดเทอมแล้วครับเลยอยู่แต่กับหนังสือ พี่แจบอมเองก็ทำงานหนักขึ้นหรือเปล่าครับถึงได้ดูล้าแบบนั้น
                พี่ชินแล้ว แล้วชีวิตมหาลัยโอเคขึ้นแล้วใช่ไหม มีใครมาทำอะไรให้รำคาญใจหรือเปล่า
                พี่แจบอมถามจินตั้งแต่เปิดเทอมแล้วนะครับ ทุกอย่างโอเคครับพี่แจบอม จินโอเค
                โอเคก็ดีแล้ว
                อาทิตย์หน้าจินคงไม่ได้มาหานะครับ
                ทำไม?”
                พอดีเพื่อนชวนไปเที่ยวน่ะครับ
                เพื่อนคนไหน เพื่อนใหม่เหรอ? แบมแบมกับยูคยอมไปด้วยหรือเปล่า?”
                จินว่าจะไปซื้อของขวัญเซอร์ไพรส์วันเกิดยูคยอมน่ะครับเลยไม่ได้ชวนแบมไป เดี๋ยวแผนแตก
                ไปกันกี่คน?”
                สองคนครับ เอารถจินไป แต่เขาขับ
                ไปที่ไหนกัน?”
                ห้างพี่แจบอมนั่นแหละครับ คงไม่ไปที่อื่นหรอกครับแจบอมยื่นเครดิตการ์ดให้กับจินยองเอาไว้ใช้จ่าย
                เอาไปใช้ซื้อของที่เราอยากได้ด้วย
                ไม่เอาหรอกครับ จินเกรงใจ
                รับไปเถอะ ฝากซื้อของขวัญให้ยูคยอมเผื่อพี่ด้วย พี่ไม่ว่างไปเลือกเอง
                ก็ได้ครับ จินว่าจินกลับก่อนดีกว่า เดี๋ยวจินต้องไปทำงานกลุ่มกับคนอื่นๆ ก่อน พี่แจบอมว่างเมื่อไหร่ก็ตอบข้อความจินด้วยนะครับ จินไปแล้วนะครับ
                เดี๋ยวก่อนจินยอง
                ครับ?”
                กับผู้ชายที่ชื่อชิน หมอนั่นไม่ได้เข้ามาจีบเราใช่ไหม?”
                ถึงตอนแรกจะดูน่ารำคาญไปบ้าง แต่ชินก็เป็นเพื่อนที่ดีครับ อีกอย่างจินก็ชัดเจนว่าไม่มีทางคิดกับเขามากกว่าเพื่อน ถ้าเขายังอยากเป็นเพื่อนกับจิน เขาไม่มีทางล้ำเส้นหรอกครับ
                อ๋อแจบอมน่ะไม่ใช่ไม่ไว้ใจจินยอง แต่เขาไม่ไว้ใจคนอื่นต่างหาก ความหวั่นใจกับเรื่องราวต่างๆ ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาเขากับจินยองจะไม่ได้ทะเลาะกันหนักๆ แต่ไม่ได้แปลว่าปัญหาระหว่างมันเบาลง ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ยังต้องปรับ เขากลัวเหลือเกินว่า ใครอีกคนจะมีผลต่อคสามสัมพันธ์ของเรา
                นายครับ ดูเหมือนว่าออสตินจะมีความเคลื่อนไหวนะครับ ได้ข่าวมาว่าเร็วๆ นี้จะมีตัวแทนส่งมาดูงานทางเอเชีย แต่ผมไม่คิดว่าออสตินจะมาเอง กำลังเร่งให้คนสืบอยู่ว่าใครจะมา ไม่แน่ว่าครั้งนี้ออสตินจะส่งมาร์คมา
                สืบให้ได้ข่าวที่แน่นอนให้ไวที่สุด สั่งให้คนที่ดูแลแบมแบมคอยดูแลอย่างใกล้ชิด อย่าให้คลาดสายตาเป็นอันขาด ฉันไม่อยากได้ยินอะไรที่ผิดพลาด
                ครับนาย
                แจบอมจำต้องพักเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเขากับจินยองชั่วคราว เพราะมีเรื่องที่หนักหนากว่าอย่างเรื่องของออสติน คู่ปรับที่ชาตินี้ทั้งชาติ เขาก็ไม่มีวันให้อภัยมันเด็ดขาด คดีระเบิดเรือสินค้าและโกดังของเขายังเอาคืนคนอย่างออสตินไม่ได้อย่างเจ็บแสบเลยสักครั้ง เขารอวันเอาคืนออสตินอย่างอดใจไม่ไหวแล้ว
                แต่แล้วเหตุการณ์ที่แจบอมกังวลตั้งแต่บินไปญี่ปุ่นก็เกิดขึ้น ทันทีที่เท้าแตะพื้นสนามบิน เขาก็ต้องออกตามหาแบมแบมที่หายไป ถ้าให้แจบอมเดา ต้นเหตุของเหตุการณ์ครั้งนี้คงหนีไม่พ้นไอ้กาฝากมาร์ค ต้วนอย่างแน่นอน
                ตำแหน่งล่าสุดของคุณแบมแบมคือแถวๆ โรงพยาบาลของคุณกลางครับนาย
                ตามไป เร่งให้คนตามหาตัวแบมแบมให้เจอ ขอภาพจากกล้องวงจรปิดทุกแยก อย่าให้มันพาน้องกูหนีไปได้
                ร่างกายของเขากำลังแย่เพราะไข้ขึ้นสูง แต่เขาไม่อาจจะหยุดตามหาแบมแบมได้ ทันทีที่เห็นรถคันหนึ่งขับผ่านไป จิตใต้สำนึกของแจบอมบอกว่า รถคันนี้แน่นอนที่มีแบมแบมอยู่ในนั้น
                ขับตามมันไปให้ไวที่สุด!!
                รถสองคันขับไล่ตามกันไปตามถนน แจบอมอดที่จะกังวลไม่ได้ว่า หากทำอะไรรุนแรงขึ้นมา แบมแบมจะเป็นอันตราย เขาไม่กล้าเสี่ยงให้รถตัดหน้าหรือยิงปืนไล่ล่า แต่แล้วก็เกือบคลาดกัน ถ้าไม่สามารถหยุดรถคันนั้นได้ มาร์คอาจจะพาตัวแบมแบมไปได้สำเร็จ
                แต่แล้วทุกอย่างก็เริ่มจะรุนแรงขึ้น เมื่อคนของเขาขับรถตามประกบซ้ายขวา เริ่มมีการปะทะกันเกิดขึ้น แจบอมรู้สึกเหมือนศีรษะจะระเบิด เขาเป็นห่วงแบมแบม
                เสียงปืนปะทะกันด้านนอกทำให้คนขับตัดสินใจเร่งเครื่องแซงหน้า รถคันนั้นพยายามหักหลบและตกลงข้างทางพลิกคว่ำ ทันทีที่รถจอด แจบอมรีบวิ่งไปที่รถคันนั้นเพื่อช่วยน้องชายตัวเองออก ปากออกคำสั่งให้เร่งตามรถพยาบาลมา เขากำลังห่วงแบมแบมจะเป็นอันตรายถึงชีวิต แต่สิ่งที่เห็นภาพร่างที่อยู่ในรถทำให้แจบอมตะโกนเสียงดัง
                โธ่เว้ยยย!!อิม แจบอมทุบฝากระโปรงรถของคันที่เขาขับตาม แต่สุดท้ายก็มารู้ว่าตนถูกหลอก รถคันที่ขับตามมาตลอด ไม่มีทั้งมาร์ค ต้วนและแบมแบมอยู่ข้างในรถ
                มาร์ค ต้วนพาแบมแบมหนีไปได้ และคนที่ตายในรถก็ยังไม่รู้ว่าเป็นพวกของใคร แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่คนของตระกูลต้วน เพราะไม่มีรอยสักแม้แต่คนเดียว
                เราจะกลับไปที่บ้านก่อนมั้ยครับ
                ไม่! ส่งคนกระจายกำลังตามหาให้ทั่วกรุงเทพฯ และสนามบินทุกที่ในประเทศ มันจะหนีออกไปจากที่นี่ไม่ได้
                ครับนายแจบอมโกรธจนเลือดไหลออกจมูก แต่ก็ไม่คิดจะเช็ดมันออก เขาจะพลาดท่าให้ทั้งพี่ทั้งน้องมันกลับมาหัวเราะเยาะเขาไม่ได้ สิ่งที่ออสตินทำไว้เมื่อห้าปีก่อนก็เจ็บแสบมากพอแล้ว ถ้ามาร์คทำสำเร็จอีก เขาไม่มีหน้ากลับไปให้คนเป็นพ่อเห็นหน้าได้หรอก
                นายครับ ผมว่านายควรกลับไปพักที่บ้านนะครับ
                ไม่ ฉันจะไม่หยุดพักจนกว่าจะเจอแบมแบมกับไอ้กาฝากนั่น!
                แต่ตอนนี้ร่างกายนายกำลังไม่ไหวแล้วนะครับ ผมไม่ให้คนของเราหยุดพักแน่นอน เชื่อผมเถอะครับ กลับบ้าน พักสักนิดและค่อยคิดแผนต่อเถอะนะครับนายแจบอมลงจากเครื่องบินไม่ถึงชั่วโมงก็ต้องมาตามไล่ล่า ตามหาน้องชายตัวเอง แต่ก็กลับพลาด ความเครียดและร่างกายที่อ่อนแอมันกำลังส่งผมออกมา
                ก็บอกว่าไม่ไง!!!
                แต่ผมว่าเฮียควรพักนะแจ็คสันขับรถมาจอดด้านหลังรถของพี่ชายตัวเอง มองรถคันข้างหน้าที่ข้างๆ กันมีศพอีกสามศพที่ไม่รู้ว่าเป็นใคร
                ทำไมแกเพิ่งจะโผล่มาตอนนี้วะไอ้กลาง!คอเสื้อของแจ็คสันถูกกระชากจากฝีมือของคนเป็นพี่ แจ็คสันรู้ว่าแจบอมกำลังจะพาล เขาไม่โกรธหรอก เพราะรู้ว่าแจบอมไม่ได้กลัวแค่ว่าตัวเองจะทำงานพลาดอย่างเดียว รู้ว่าในใจลึกๆ แจบอมเองก็รักแบมแบมอยู่บ้าง แต่ที่โกรธคือแจบอมไม่ห่วงตัวเองเลยตอนนี้
                ผมไปตามหาแบมแบมมาตามที่รับปากกับพี่ไง ปล่อยผม สภาพพี่ตอนนี้มันดูไม่ได้เลยสักนิดแจ็คสันจับข้อมือคนที่ดื้อแสนดื้อ คิดว่าตัวเองเข้มแข็ง แข็งแรงให้ปล่อยเขาเสียที สภาพแจบอมตอนนี้แค่พยุงตัวเองให้ยืนให้ตรงได้ก่อนเถอะ
                พี่ฝืนร่างกายตัวเองไม่ได้หรอกพี่แจบอม พี่จะสู้กับคนที่เขาอาจจะเก่งกว่าพี่ด้วยสภาพนี้ พี่ไม่สมเพชตัวเองเหรอ เรื่องแบมแบมผมจะจัดการเอง
                คนอย่างแกจะทำอะไรได้
                ผมทำได้มากกว่าที่พี่คิดก็แล้วกันแจ็คสันส่งสัญญาณให้คนของแจบอมจัดการทำให้พี่ชายตัวเองสลบ เขารับร่างพี่ชายตัวเองเอาไว้ก่อนจะส่งให้ฌอนเอาตัวไปพักที่บ้านของแจบอม
                แจบอมเผื่อใจว่าการปล่อยให้แจ็คสันจัดการเรื่องนี้ เขาจะไม่ได้แบมแบมกลับมา ซึ่งมันก็จริงไปตามที่คาดการณ์ไว้ สุดท้ายเขาก็ต้องพาตัวเองบินกลับไปที่ญี่ปุ่นอีกรอบ
                ปืนหลายกระบอกจ่อมาที่รถคันเดียว รถที่ยังคงจอดนิ่งไม่ขยับ ไม่รู้ว่าคนข้างในเป็นอะไรรึเปล่า หรืออาจจะไม่มีลมหายใจอีกต่อไปแล้ว แต่ไม่มีใครกล้าเสี่ยงขยับเข้าใกล้ เพราะไม่รู้ว่าอาจจะมีการติดระเบิดรึเปล่า
                แน่ใจใช่ไหมว่าคันนี้แจบอมถามคนของทายาดะที่ส่งมาช่วย
                ครับ คิดว่าเป็นรถของตระกูลต้วนแน่นอนครับ เพราะผ่านการตรวจค้นจากจุดตรวจของเราได้อย่างน่าสงสัย และรถรุ่นนี้ไม่มีใครใช้กันง่ายๆ หรอกครับ
                ปัง!
                เสียงปิดประตูดึงความสนใจจากแจบอมได้เป็นอย่างดี ใบหน้าหล่อเหลาประดับด้วยรอยยิ้มแบบกวนๆ คงจะมีแค่คนเดียวเท่านั้นในโลกที่กล้ายิ้มแบบนี้ภายใต้กระบอกปืนที่พร้อมจะจ่อยิงอยู่ทุกเมื่อ
                ไม่เจอกันนานเลยนะแจบอม
                ไอ้ออสติน!
                ทักทายกันไม่สุภาพเลยนะ พ่อไม่สอนเรื่องมารยาทก่อนออกจากบ้านมาเหรอ?”
                อย่าลามปามถึงพ่อแม่ใคร เพราะเดี๋ยวคนอื่นเขาจะคิดว่าพ่อแม่มึงไม่สั่งสอนเหมือนกัน
                ปากคอช่างเราะร้ายนัก มีกะจิตกะใจอยู่ที่นี่ด้วยเหรอแจบอม ในเมื่อคู่หมั้นสุดที่รักของมึงกำลังตกอยู่ในอันตราย ไม่ห่วงเลยเหรอ?”
                ไม่ใช่เรื่องของมึงใจของแจบอมหล่นวูบในทันทีที่ได้ยินออสตินพูดถึงจินยอง แต่เขาก็พยายามรักษาสีหน้า ไม่แสดงออกให้อีกฝ่ายหัวเราะเยาะได้
                แต่คนที่จับคู่หมั้นมึงไป คือกูนะ ไม่ใช่เรื่องของกูจริงๆ สิ แน่ใจ?”
                มึงจะเอายังไง!!?”
                จริงๆ เรื่องน้องชายมึงกูไม่ได้อยากได้อะไรหรอกนะ น้องชายกู กูก็คิดว่าป่านนี้คงจะบินข้ามประเทศอะไรสักประเทศไปแล้ว ก็แค่อยากจะมากวนตีนมึงเฉยๆ ก็แค่นั้นแหละ
                แล้วเกี่ยวอะไรกับจินยอง
                ก็แค่คิดว่าจับไปให้มึงร้อนใจเล่นไปอย่างงั้นเองแหละ ไม่มีอะไรเลย
                ปัง!!!
                ใจมึงไม่นิ่ง ยิงยังไงก็ไม่โดนจุดสำคัญหรอกแจบอม เรื่องง่ายๆ อย่าให้กูสอน พ่อมึงจะอายเปล่าๆนอกจากไม่โดนจุดสำคัญ มันยังไม่โดนออสตินเลยต่างหาก
                ปล่อยจินยองซะ ถ้ามึงไม่อยากตาย!!!
                มึงมีสิทธิ์อะไรมาขู่คนแบบกู คนของมึงอยู่กับลูกคนสนิทกู มึงเอาอะไรมาขู่กูวะ
                แล้วมึงต้องการอะไร การที่มึงบินข้ามน้ำข้ามทะเลคงไม่ได้อยากจะแค่กวนตีนกูหรอกใช่ไหม
                เปล่าหรอก กูอยากมาทำข้อตกลงนิดหน่อยเท่านั้น
                ข้อตกลงอะไร?”
                ที่ดินของแม่กู คืนให้มาร์คมันซะ
                แต่แม่มึงยกให้อากูแล้ว
                ได้ข่าวว่าเขาเขียนพินัยกรรมส่งคืนมันให้กับมาร์คนะ มาร์ค ต้วนด้วย
                แค่ที่ดินของแม่มึงใช่ไหม?”
                ไม่ใช่หรอก ยังมีอีก กูต้องการเขตการลงทุนในประเทศไทยและเกาหลี ซึ่งกูไม่ได้ขอ แล้วอย่าคิดล้ำเส้น ไม่อย่างนั้นตระกูลมึงเตรียมถอยให้คนอย่างพวกกูเข้าไปยึดอำนาจได้เลยล่ะ เพราะกูนี่แหละจะทำให้หมดยุคอินทรีปีกหักด้วยตัวกูเอง
                มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกอี้หมิง
                กูรู้ว่ามันไม่ง่าย และก็อย่างที่บอก กูไม่ได้มาขอมึง เพราะหลายอย่างกูทำลงไปแล้ว แค่คนของมึงไม่รู้ มึงเตรียมตัวย่อยยับได้เลยแจบอม ตราบใดที่มึงยังเป็นหุ่นเชิดให้พ่อมึงอยู่ มึงไม่มีวันกลับมายืนในที่เดิมที่บรรพบุรุษมึงสร้างไว้ได้หรอก
                งั้นก็มาวัดกันว่าคนอย่างมึงจะเก่งแต่ปากรึเปล่าออสตินเพียงแค่ยกยิ้มเท่านั้น ไม่ได้เกรงกลัวต่อคำพูดของแจบอมเลยสักนิด เพราะเพียงแค่ไม่ถึงสิบวินาที ปลายกระบอกปืนที่เคยเล็งมาทางอี้หมิงกลับเปลี่ยนทิศทาง
                ตอบแทนที่เคยส่งคนมาลอบทำร้ายกูเมื่อปีก่อน ฝากบอกพ่อมึงด้วยว่าถ้าคิดจะใช้วิธีวางยากู กูจะส่งกลับไปให้ลูกชายสุดที่รักกิน
                ออสตินเพียงเปลี่ยนไปนั่งรถอีกคันที่เพิ่งเข้ามาจอด ทิ้งคำพูดเอาไว้ให้อีกฝ่ายเจ็บใจเล่นและต้องวิ่งหนีกระสุน เมื่อรู้ว่าคนที่ติดตามมาตลอด ไม่ใช่พวกของทานาดะ
                แจบอมไม่คิดว่าตัวเองจะโดนซ้อนแผนแบบนี้ เขาเหลือเพียงคนสนิทที่คอยช่วยยิงสกัด แต่แล้วกระสุนหลายนัดก็ยิงเข้าถูกจุดสำคัญหลายจุด ก่อนจะสลบไปเขารู้สึกเหมือนท้ายทอยของเขาถูกฟาดด้วยของแข็ง

BN’s Special Part

                จินยองรีบบินตามไปพร้อมกับฮันวอลทันทีที่รู้ข่าวแจบอมถูกถล่มยิงอาการสาหัส ตอนที่เขาถูกจับตัวไป เขายังไม่กลัวเท่าการได้รู้ข่าวอาการเป็นตายของแจบอมเท่ากันแบบนี้เลย จินยองร้องไห้จนร้องไม่ออก เขาภาวนาให้การไปถึงญี่ปุ่นของเขา เขาจะได้รับรู้ข่าวดี
                อาการของแจบอมยังน่าเป็นห่วง ลุงว่าจินยองกลับไปพักผ่อนที่โรงแรมก่อนเถอะลูก ตอนนี้พี่เขายังไม่มีทางฟื้นขึ้นมาง่ายๆ หรอก
                กลับไปจินก็นอนไม่หลับหรอกครับคุณลุง ให้จินอยู่ที่นี่เถอะนะครับ
                ก็ได้ลูก ถ้าไม่ไหวก็ให้คนพากลับไปพักนะจินยองรับคำแล้วมองดูคนข้างกาย แม้ใครจะคิดว่าแจบอมดูเหมือนไม่ใช่ลูกรักของฮันวอลยังไง แต่จินยองรู้ดีว่า แจบอมคือลูกชายที่ฮันวอลภูมิใจและวางใจมากที่สุด ถึงแม้ว่าต่อหน้าจะไม่แสดงออกว่ารัก แต่ความเป็นห่วงและความตึงเครียดของฮันวอลในตอนนี้ก็บอกได้ทุกอย่างแล้ว
                จินยองคอยเฝ้าดูอาการของแจบอมอย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ต่างๆ มันวุ่นวายจนจินยองไม่นึกอยากจะกลับไปเรียน เพราะเขากลัวว่าการที่เขาต้องห่างจากแจบอมในช่วงนี้ เขาอาจจะไม่ได้เจอแจบอมอีก
                คุณลุงเขารักพี่แจบอมมากนะครับ ถ้าพี่แจบอมอยากหยุดงานก็ขอลาดีๆ สิครับ อย่าเอาแต่นอนแบบนี้จินยองพยายามพูดกับคนที่ยังสลบด้วยรอยยิ้ม กุมมือแจบอมเอามาแนบที่ข้างแก้ม ไม่ได้ตั้งใจให้หยดน้ำตามันไหลลงบนมืออีกฝ่าย แต่จินยองก็ห้ามน้ำตาตัวเองไม่ให้ไหลไม่ได้เหมือนกัน
                ตื่นมาเถอะครับ จินรอพี่แจบอมอยู่นะครับแจบอมสลบไปนานจนจินยองหวั่นใจ สุดท้ายก็ไม่สามารถกลั้นน้ำตาต่อไปได้ไหว จินยองซบหน้าลงข้างเตียงของแจบอมและปล่อยโฮออกมา
                ไหนบอกว่าจะตามใจจินไงครับ จินขอให้พี่ฟื้นมามองหน้ากันหน่อยไม่ได้เหรอครับพี่แจบอม พี่จะทรมานจินไปถึงไหนกันครับ
                เขาอยากให้แจบอมวางมือ แต่มันคงไม่ง่ายขนาดนั้น แจบอมเกิดและโตมาพร้อมกับต้องรับหน้าที่นี้ และคนเคียงข้างก็ต้องยอมรับมันให้ได้ แต่คนที่รักแจบอมอย่างเขา มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิดเดียว
                สิ่งที่แจบอมทำ เขาควรจะชินและยอมรับมันมาตั้งนานแล้ว แต่เขาไม่เคยทำใจได้เลยสักครั้งที่รู้ข่าวแจบอมตกอยู่ในอันตราย ยิ่งต้องมาเห็นสภาพแจบอมเป็นแบบนี้ โดยที่เขาทำอะไรไม่ได้ มันยิ่งเจ็บปวดใจมากขึ้นไปอีก
                จินยองเฝ้ารอวันที่แจบอมจะฟื้นด้วยกำลัง แรงใจที่ลดลงทุกวัน ข่าวของแบมแบมกับมาร์คเขาเพิ่งจะได้รู้ก็ตอนที่แจบอมอยู่โรงพยาบาลได้เป็นอาทิตย์ เขาไม่รู้ว่าตัวเองควรรู้สึกยังไงดี จะบอกว่าดีใจที่แบมแบมได้ไปอยู่กับคนที่รัก มันก็ดีใจไม่สุด เมื่อสิ่งที่ทั้งคู่ทำ ทำให้แจบอมต้องตกอยู่ในสภาพนี้ แต่จะโกรธคนทั้งคู่ จินยองก็โกรธไม่ลงเหมือนกัน ยามนึกถึงภาพที่แบมแบมทนทรมานกับการรอคอยและร้องไห้มาตลอด 5 ปี
                มันอาจจะง่ายกว่านี้ถ้ามาร์คไม่ใช่ทายาทคนรองของตระกูลต้วนและแจบอมไม่ใช่ทายาทคนโตของตระกูลอิม
                [จินยอง]
                ครับคุณลุง เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับจินยองกลับมาเอาของที่โรงแรมเลยไม่ได้อยู่เฝ้าแจบอม แต่พอเห็นสายโทรเขาว่าเป็นฮันวอลเขารีบกดรับในทันที
                [แจบอมฟื้นแล้วนะ]
                จริงเหรอครับคุณลุง!จินยองดีใจจนไม่สนใจสิ่งที่ต้องการจะมาเอา เขารีบให้คนขับรถพาไปที่โรงพยาบาลในทันที
                ภาพที่เห็นแจบอมนอนลืมตาหันมามองประตูที่เขาเดินเข้ามา มันทำให้ขาจินยองแทบจะก้าวไม่ออก ในที่สุดการรอคอยของเขาก็จบลงสักที
                แจบอมฟื้นแล้ว
                ไปไหนมาแจบอมถามจินยองที่เดินมาหยุดอยู่ข้างเตียง เขาสังเกตมือทั้งสองข้างที่ยังคงสั่นอยู่ แจบอมไม่ลังเลที่จับเอื้อมไปจับมืออันสั่นเทานั้นไว้ ใช้นิ้วโบกลูบหลังมืออีกฝ่ายเบาๆ เพื่อนปลอบประโลม เขารู้ว่าการที่เขาเจ็บหนัก สลบไปนานขนาดนี้ มันทำให้จินยองกังวลมากขนาดไหน
                จิน...จินกลับไปเอาของมาครับ
                ของอะไร แล้วทำไมมาตัวเปล่า
                จิน…”
                ไม่ต้องพูดแล้ว ขอโทษนะที่พี่สลบไปนานขนาดนี้ เราคงกังวลมากสินะ แต่ต่อจากนี้ไม่ต้องเครียดแล้วนะ พี่ฟื้นแล้ว
                จินรอพี่แจบอมฟื้นขึ้นมา นานมากเลยรู้ไหมครับ
                คราวหน้าพี่จะระวังตัวให้มากกว่านี้
                ยังจะมีคราวหน้าอีกเหรอครับ พี่แจบอมคิดว่าตัวเองมีกี่ชีวิตกันครับ พี่เคยนับบ้างไหมว่าพี่เจ็บหนักแบบนี้มากี่ครั้งแล้วพูดไปก็ร้องไห้ไปจนแจบอมทำตัวไม่ถูก เขาไม่รู้ว่าควรสลดหรือควรจะปลอบจินยองก่อนดี เลยได้แต่จับมือนิ่มและบีบมือนี้ไปมา เพราะจะลุกขึ้นกอดก็เจ็บแผล ทรมานตัวเองเกินไป
                การสลบไปนานครั้งนี้ดูเหมือนจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลายอย่าง แจ็คสันยอมกลับมาทำหน้าที่ของตัวเอง ยอมลาออกจากโรงพยาบาลที่เคยทำและมาดูแลโรงพยาบาลที่พ่อของเขาสร้างให้ ส่วนเรื่องแบมแบม พวกเขายังคงยื่นมือเข้าไปดึงตัวแบมแบมกลับมาไม่ได้ แต่จากข่าวที่สืบมา แบมแบมอยู่ที่นั่นอย่างสุขสบายดี ดูเหมือนจะสบายกว่าอยู่ที่นี่ด้วยซ้ำไป
                ส่วนเรื่องของเขากับจินยองก็ดำเนินต่อไปตามทางของมัน เขาเพิ่มคนไปดูแลจินยองเพิ่มเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักพาตัวแบบนั้นเกิดขึ้นอีก
                ทำไมถึงขอลางานครึ่งวันแจบอมวางปากกาในมือลงแล้วเงยหน้าสบตาผู้เป็นพ่อ
                วันนี้วันเกิดจินยองครับ
                แกเริ่มเข้าใจหน้าที่คนรักของแกแล้วสินะ
                ไม่ใช่หน้าที่หรอกครับป๊า สิ่งที่ผมทำ ผมทำเพราะผมรู้สึกอยากจะทำโดยที่ไม่ใช่คำสั่งของใคร
                แกจะบอกฉันว่าแกรักจินยอง?”
                ครับคนเป็นพ่อเงียบไป ต่างคนต่างมองหน้ากัน ไม่มีใครหลบสายตา
                ฉันรอวันนี้มานานแล้ว วันที่แกรักจินยองด้วยใจจริงประโยคของคนเป็นพ่อ ทำให้แจบอมโล่งใจมากที่สุด เป็นคำพูดที่แจบอมอยากจะฟังมากที่สุด เพราะเขากลัวเหลือเกินว่า การที่เขายอมรับและรู้สึกกับจินยอง พ่อของเขาจะสั่งให้เขาถอนตัวออกมา ไม่ให้รู้สึกแบบนั้น แต่งงานกับจินยองแค่ตัวก็เพียงพ่อ ทำทุกอย่างให้ธุรกิจยังคงอยู่
                แจบอมขับรถออกมารับจินยองที่มหาวิทยาลัยด้วยใจที่เบิกบาน ยิ่งเห็นจินยองยิ้มให้ทันทีที่เห็นรถเขา เขายิ่งยิ้มกว้างมากขึ้นไปอีก
                พี่แจบอมจะพาจินไปกินข้าวที่บ้านเหรอครับ
                ใช่ หรือเราอยากไปกินข้าวที่โรงแรมมั้ย
                ไม่ครับ กินที่บ้านพี่แจบอมดีกว่า
                ทั้งคู่พูดคุยกันมาตลอดทาง จินยองคอยชวนแจบอมคุยอยู่ตลอดจนถึงบ้าน ทันทีที่ดับเครื่องยนต์ จินยองกำลังจะเปิดประตูลง แต่แจบอมกลับคว้ามือจินยองเอาไว้ก่อน
                ครับ?”
                หันหลังก่อน
                จะทำอะไรครับ?”
                หันหลังเถอะจินยองยอมหันหลังให้แต่โดยดี แม้จะยังสงสัยอยู่ก็ตาม
                ผ้าผืนใหญ่ถูกพับให้พอดีสำหรับปิดตา แจบอมผูกมันให้พอดีกับศีรษะจินยองและปิดตาแจบอมจนมืดสนิทก่อนจะวิ่งอ้อมมาทางประตูฝั่งจินยองและพาลงมาอย่างระมัดระวังไม่ให้ศีรษะหรือส่วนใดของร่างกายจินยองกระแทกกับรถ
                ทำอะไรครับเนี่ย
                เดี๋ยวก็รู้ เดินตามพี่มาก่อนเพราะมองไม่เห็นทาง จินยองเลยจับมือแจบอมเอาไว้แน่น ก้าวตาอีกคนไม่เร็วไม่ช้า พยายามจินตนาการว่าแจบอมกำลังพาเขาไปส่วนไหนของบ้าน
                เดี๋ยวพี่เปิดผ้าให้จินยองยืนอยู่นิ่งๆ หลับตาอยู่สักพักก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือห้องที่เต็มไปด้วยลูกโป่งสีพาสเทล มีไฟหลอดเล็กๆ ติดอยู่ตามผนัง ที่ผนังด้านหน้าที่เคยมีรูปวาดขนาดใหญ่ตอนนี้ถูกเปลี่ยนเป็นรูปถ่ายมากกว่าสิบใบถูกติดอยู่แทนที่ เป็นภาพถ่ายจากกล้องฟิล์มที่มีเขาอยู่ในนั้น แบบที่ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าถูกแอบถ่าย
                จินยองขยับเข้าไปดูรูปใกล้ๆ ก่อนจะพลิกดูที่ด้านหลัง มีข้อความที่ถูกเขียนด้วยลายมือที่เขาจำได้ดีว่าเป็นลายมือของใครเขียนอยู่ที่มุมภาพ และดูเหมือนจะไม่ได้มีแค่ใบเดียว แต่แจบอมเขียนข้อความเอาไว้ทุกภาพ แล้วบางเหตุการณ์จินยองจำไม่ได้แล้วว่าตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง
                ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนที่ดูเหมือนไม่ใส่ใจเรื่องของเขาอย่างแจบอมจะทำอะไรแบบนี้ให้กับเขาในวันเกิด
                จินยองตั้งใจจะหันมาขอบคุณแจบอมที่ทำให้ แต่ไฟในบ้านก็ดับลง ก่อนจะมีแสงเทียนที่มาจากเค้กที่แจบอมเป็นคนถือเพิ่มความสว่างให้
                สุขสันต์วันเกิดนะจินยอง อธิษฐานสิแจบอมยิ้มกว้างให้กับเด็กตรงหน้าที่ไม่รู้ว่าชอบในสิ่งที่เขาทำให้หรือเปล่า
                ขอบคุณนะครับพี่แจบอมจินยองอธิษฐานและเป่าเทียนจนดับทั้งหมด ห้องทั้งห้องก็มืดลงในทันที มีเพียงแสงไฟจากสวนด้านนอกเท่านั้นที่พอจะทำให้สว่างได้เพียงเล็กน้อย
                พี่มีของขวัญจะให้ ยื่นมือมาสิจินยองไม่รู้ว่าของขวัญที่แจบอมจะให้ ชิ้นใหญ่ขนาดไหนเลยยื่นมือไปตรงหน้าทั้งสองมือ แต่สิ่งที่วางลงบนมือเป็นสิ่งของที่มีขนาดเล็กวางอยู่บนกลางฝ่ามือ จินยองไม่อาจจะคิดเข้าข้างตัวเอง แต่พอกำมือดู สัมผัสสิ่งนั้นอย่างชัดเจน ใจทั้งใจก็เต้นแรงจนแทบกระดอนหลุดออกมา
                ของขวัญปีนี้เอาเป็นแหวนหมั้นไปก่อนนะ เอาไว้เรียนจบเมื่อไหร่ ของขวัญชิ้นต่อไปค่อยเป็นนามสกุลพี่

End Part


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น