วันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2562

ตอนพิเศษ Zane





                หลินคุนมองที่ตรวจครรภ์ในมือก่อนจะส่งข้อความไปหาออสตินที่ตอนนี้คงจะเตรียมตัวออกไปทำงานแล้ว
                เธอไม่ได้คาดหวังอะไร โล่งใจด้วยซ้ำที่ในที่สุด ความสัมพันธ์ของเธอกับออสตินก็ใกล้จะจบลงสักที แต่หน้าที่ของคามเป็นแม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น มือสวยยกขึ้นลูบหน้าท้องตัวเองแผ่วเบา สิ่งมีชีวิตตัวน้อยที่เธอตั้งใจให้เขาเกิดมาตอนนี้อยู่ในท้องเธอแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่าพอถึงเวลาจริงๆ เธอจะกล้าปล่อยมือจากเด็กคนนี้ไปหรือเปล่า และออสตินเอง จะอยากเลี้ยงเด็กคนนี้จริงๆ มั้ย
                เราตกลงกันแล้วว่าตลอดเวลาที่เธอยังไม่มีใคร เธอมีสิทธิ์เลี้ยงดูลูกได้เต็มที่ เธอจะทำหน้าที่แม่ของเธอให้ดีที่สุด เลี้ยงดูเด็กคนนี้ให้ดีที่สุดเช่นกัน
                รอไม่นาน รถยนต์ที่เธอคุ้นตาก็มาจอดหน้าบ้าน แน่นอนว่าสีหน้าของออสตินยังคงเหมือนทุกวัน สีหน้า แววตาไม่ได้แสดงออกว่าดีใจหรือเสียใจ ออสตินแค่เข้ามารับเธอไปฝากครรภ์ ทำในสิ่งที่เขาสมควรทำ
                ตลอด 9 เดือน เธอย้ายมาอยู่บ้านหลังใหญ่ของออสติน ห้องของเธออยู่ฝั่งเดียวกับออสติน แต่เธอไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่มย่ามในฝั่งของมาร์คและห้องของออสตินอย่างเด็ดขาด
                การมาอยู่ที่นี่ ไม่ได้ต่างอะไรมากกับบ้านหลังนั้นที่ออสตินยกให้เธอ ออสตินไม่ได้มาข้องแขวะอะไรกับเธอเหมือนตอนที่อยู่บ้านหลังนั้น แต่การมาอยู่ที่นี่ออสตินส่งคนมาคอยดูแลเธอระหว่างตั้งครรภ์เป็นอย่างดี เธอได้กลับไปเยี่ยมพ่อของเธอทุกสัปดาห์และมีคนของออสตินตามไปคุ้มครองเสมอ
                ส่วนเรื่องพัฒนาการของลูกน้อย เธอจดใส่สมุดทุกวัน เพราะเป็นสิ่งที่ออสตินบอกให้ทำ และต้องเอาให้เขาในทุกวัน เธอทำแบบนี้จนกลายเป็นกิจวัตรประจันของตัวเองไปแล้ว
                ตั้งแต่เธอตั้งครรภ์ลูกของเธอกับออสติน เธอได้รับในทุกสิ่งอย่างที่ร้องขอ แทบจะไม่เคยขาดอะไรเลย เรียกได้ว่าออสติน แทบจะตามใจเธอตลอด
                และเรื่องที่ดีที่สุดตั้งแต่ตั้งครรภ์ สำหรับเธอก็คือ เธอไม่มีอาการแพ้ท้องเลย เพราะสิ่งนี้ออสตินเป็นคนรับไปเต็มๆ
                เธอคิดว่าออสตินคงเข็ดไปอีกนาน คงขยาดในการมีลูกไปแล้วแน่ๆ แต่มันก็ดีแล้ว เพราะเรื่องอะไรที่เธอต้องลำบากไปคนเดียว
                9 เดือนเต็มๆ กับการอุ้มท้องเจ้าตัวน้อย ในที่สุดก็ถึงวันที่เด็กชายตัวน้อยที่ร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ได้ลืมตาดูโลกแล้ว
                เธอรู้สึกน้อยใจเหมือนกัน ที่เด็กชายตัวน้อย แทบจะไม่เอาส่วนไหนของใบหน้าเธอไปเลย เด็กคนนี้หน้าคล้ายออสตินจนไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครคือพ่อเด็ก
                ในวันที่นายน้อยลืมตาดูโลก ไบรอันและเจย์ยังจำวันนั้นได้ดีว่าเขาทั้งสองคนต่างก็ยืนอยู่คอยอารักขาเจ้านายนานแค่ไหน กับการที่ออสตินในตอนนั้นยอมทิ้งงานและมายืนรอหน้าห้องคลอด และทันทีที่พยาบาลพานายน้อยออกมา เขาแอบเห็นว่าออสตินน้ำตาคลอที่ได้เห็นหน้าเด็กชายที่ถูกพาออกมา
                เขาจำได้ว่าวันนั้นยืนรออยู่นาน เพียงเพื่อให้เจ้านายยืนมองลูกชายผ่านกระจก ออสตินไม่ได้ขออุ้ม เพียงแค่ยืนมองอยู่แบบนั้นและถึงกลับบ้าน
                เขาที่อยู่กับออสตินมานาน รับรู้มาตลอดว่าเด็กคนนี้ เจ้านายของเขารอคอยนายน้อยมากแค่ไหน ออสตินสั่งให้คนดูแลทั้งแม่และเด็กอย่างใกล้ชิด ถึงไม่ถามหลินคุนว่านายน้อยเป็นอย่างไรในแต่ละวัน แต่สมุดบันทึกต้องอ่านทุกคืนก่อนนอน บางครั้งไบรอันก็เห็นเจ้านายอ่านซ้ำไปซ้ำมา รูปอัลตราซาวด์ก็ถูกเก็บเอาในลิ้นชักคู่กับรูปของมาร์ค ต้วนในวันแต่งงาน
                ไบรอันยังจำเหตุการณ์ที่ทำให้คนทั้งบ้านตื่นตะลึงได้ดี กลางดึกคืนนั้นมีเสียงเด็กร้องไห้ดังขึ้นไม่หยุด จนไบรอันกลัวเหลือเกินว่า เสียงนี้จะทำให้ออสตินตื่นขึ้นมาโวยวาย เขาเลยรีบเข้าไปดู ถึงได้เห็นหลินคุนที่ดูกระวนกระวาย ทำอะไรไม่ถูก กับพี่เลี้ยงที่คอยช่วยเช็ดตัวและคอยปลอบให้นายน้อยหยุดร้อง พยายามแต่งตัวให้นายน้อยใหม่เพื่อจะพาไปโรงพยาบาล ตอนนั้นไบรอันเองก็ทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน เขาเองก็ไม่เคยเลี้ยงเด็กมาก่อน เขาไม่รู้ว่าเขาควรจะทำยังไงกับสถานการณ์นี้ดี
                เสียงเปิดประตูทำให้คนในห้องยิ่งทำตัวไม่ถูกเข้าไปอีก ใครจะคิดว่าเด็กที่อยู่อ้อมกอดของหลินคุนจะถูกออสตินคว้ามาอุ้มและรีบวิ่งลงบันไดไป ทั้งๆ ที่พวกเขาไม่เคยเห็นออสตินอุ้มนายน้อยมาก่อน พอตั้งสติได้ ไบรอันเป็นคนขับรถพานายน้อยกับเจ้านายไปโรงพยาบาลด้วยความเร็วมากพอที่จะทำให้ใจของผู้เป็นนายสงบ และไม่เป็นอันตรายกับใคร
                สภาพของเจ้านายในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับตอนที่มาร์คสลบไปในตอนนั้นเลย
                ออสตินหยุดงานกะทันหัน ซึ่งไม่มีให้เห็นได้บ่อยๆ สาเหตุก็มาจากนายน้อยที่ร้องไห้จ้า ใครปลอบยังไงก็ไม่หยุด แต่พออยู่ในอ้อมกอดของผู้เป็นพ่อที่ไม่รู้ว่าไปฝึกอุ้มเด็กมาตอนไหน ถึงได้หยุดร้อง
                ออสตินอุ้มลูกชายขึ้นแนบอกในท่าที่ถูกต้อง และไล่คนอื่นๆ ออกไปจากห้อง ไม่เว้นแม้แต่หลินคุน เพื่ออยู่กับนายน้อยตามลำพัง
                ไม่มีใครรู้ว่าออสตินทำอะไรในนั้นบ้าง แต่เวลาผ่านไปจนค่ำ ออสตินเดินออกมาจากห้องและปิดประตูเสียงเบา เพื่อลงไปหาอะไรกินในสภาพที่ดเหนื่อยอ่อนกว่าปกติเพียงเล็กน้อยเท่านั้นและกลับขึ้นไปนอน โดยที่ไม่มีการสั่งงานใดๆ ออกจากปาก ทำเอาทุกคนในบ้านอึ้งกับการเปลี่ยนแปลงของเจ้านายไปตามๆกัน
                ทุกคืนวันศุกร์ กลายเป็นภาพที่เจย์กับไบรอันไม่ต้องพากันอ้าปากค้างกับการเห็นผู้เป็นนายอุ้มนายน้อยเข้าไปในห้องนอนตัวเอง และจะอุ้มออกมาคืนพี่เลี้ยงในตอนเช้าวันเสาร์ก่อนออกไปทำงาน
                ไม่เคยมีใครเห็นตอนออสตินเลี้ยงนายน้อย แต่ฟังจากเสียงที่ดังออกมาจากประตูที่ปิดไม่สนิททำให้เจย์กับไบรอัน อมยิ้มตาม
                นายของพวกเขาก็มีอารมณ์พ่อลูกอ่อนเหมือนกัน แม้บางครั้งจะโวยวายเสียงดังเกินกว่าปลอบลูกชายให้สงบก็ตาม

4 ปีต่อมา

                มาร์คมองภาพความปั่นป่วนในบ้านหลังใหญ่ด้วยรอยยิ้ม เขาไม่รู้ว่าจะหัวเราะด้วยความสุขใจหรือสมน้ำหน้าพี่ชายตัวเองดีที่บทบาทในบ้านของออสตินตอนนี้ ไม่ใช่นายใหญ่ของบ้านอีกต่อไปแล้ว เพราะตั้งแต่สี่ปีก่อนมีคนขึ้นมาแทนที่ในตำแหน่งนั้นแทน และคนๆ นั้นก็เป็นเด็กสี่ขวบที่กำลังปีนขึ้นโต๊ะอาหารและกำลังเตรียมกระโดดลงมาจากโต๊ะ
                ทำไรน่ะ
                อามาร์ค!!!เด็กชายสี่ขวบทำท่าจะกระโดดลงจากโต๊ะ โชคดีที่มาร์คก้าวขาไว รีบเข้าไปกอดเจ้าตัวเล็กนั้นไว้ได้ทัน
                เจ้าเด็กดื้อของอา ทำไมถึงปีนขึ้นโต๊ะอีกแล้วล่ะ ถ้าตกลงมาจะทำยังไง
                ไม่ตกหรอกครับ ปีนบ่อยแล้ว
                เรานี่จริงๆ เลยนะ แล้วนี่อยู่บ้านกับใคร? ออสตินกับคนอื่นๆไปไหน?
                ห้องทำงานครับ
                แล้วพี่เลี้ยงเราล่ะ
                ถูกไล่ออกไปแล้วครับ
                อะไรนะ!?” จะไม่ให้มาร์คตกใจได้ยังไงกัน หลานชายเขาเปลี่ยนพี่เลี้ยงมาหลายคนแล้ว และคนนี้น่าจะครบสิบคนได้แล้วล่ะมั้ง
                ใครกันจะทนกับหลานแกได้มาร์คหันไปมองพี่ชายตัวเองที่เดินเข้ามาด้านใน ส่วนเซนพอเห็นพ่อตัวเองมาก็จะโผเข้าหาให้คนเป็นพ่ออุ้มแทนคนเป็นอา แต่ออสตินกลับเบี่ยงตัวหลบ ยืนกอดอก เลิกคิ้วมองลูกชาย
                แล้วเด็กคนนั้นไปไหน?”
                แบมแบมจะตามมาทีหลัง
                แล้วครั้งนี้แกมาทำไมอีก อย่าบอกนะว่าพี่เขยแกมันสร้างเรื่องอะไรอีกล่ะ
                เปล่า ไม่เกี่ยวกับพวกเขา ฉันแค่มาเที่ยวและแวะมาเยี่ยมหลาน
                มาเที่ยวหรือมาฮันนีมูนรอบที่ล้านของแกกับเด็กนั่นกันแน่
                อันนั้นมันก็เรื่องของฉัน ว่าแต่แกเถอะเมื่อไหร่จะมีแม่ใหม่ให้เซนสักที
                อันนี้มันก็เรื่องของฉัน
                แกจะเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวจริงๆ เหรอวะ
                ก็เลี้ยงมาได้ตั้งเกือบปี เลี้ยงต่อไปจะเป็นไรไปวะ
                ฉันได้ข่าวว่าหลินคุนแต่งงานใหม่ ครอบครัวทางนั้นยอมให้หลินคุนมาหาเซนได้หรือเปล่า?”
                หลินคุนเป็นแม่ที่ดีมาตลอดสี่ปี เธอดูแลเซนอย่างดีจนได้เจอกับว่าที่สามีที่ดีพร้อมสำหรับเธอ เมื่อไม่กี่เดือนก่อน เธอเพิ่งจะตัดสินใจเรื่องการแต่งงาน ซึ่งมันเป็นสิ่งที่มาร์คยินดีกับเธอมากๆเพราะชีวิตแต่งงานที่ดี สามีที่ดี เธอสมควรได้รับมันมาตั้งนานแล้ว
                ครอบครัวทางนั้นโอเค แต่จริงๆ แล้วเซนก็ไม่ได้ติดหลินคุนขนาดนั้นหรอก มันติดฉันเป็นตังเมจนฉันเบื่อขี้หน้ามันจะแย่
                ปากดี ถ้าเซนไปไหนไกลๆ แล้วอย่าให้รู้ว่าแกรีบเรียกตัวให้กลับ เพราะเหงานะ
                ไม่มีทางเป็นแบบนั้นหรอก ฉันยกให้แกไปเลี้ยงสักปีสองปีก็ยังได้เลย
                เซนไปอยู่กับอาที่ไทยเอามั้ย พ่อเราอนุญาตแล้วมาร์คก้มลงมองและถามหลานชายที่อยู่ในอก
                ไม่เอาครับ ผมอยากอยู่กับป๋าเซนดิ้นจะลงจากอ้อมกอดของคนเป็นอาจนมาร์คต้องวางหลานให้ยืนที่พื้นอย่างมั่นคงถึงยอมปล่อยหลานออกจากอ้อมกอด
                แต่ฉันไม่อยากอยู่กับแกแล้วไอ้เด็กหน้าเหม็น ไปหาอาแกเลยไปออสตินผลักศีรษะลูกชายจนตัวเกือบปลิว แต่เซนกลับยิ้มร่าและวิ่งเข้าไปกอดอย่างไม่เกรงกลัว
                ไม่!! ผมจะอยู่กับป๋าเด็กชายตัวน้อยวิ่งไปกอดขาผู้เป็นพ่อแน่นจนออสตินขยับขาไม่ได้
                ไอ้เด็กคนนี้ ปล่อยนะเว้ย อาสุดที่รักแกมาแล้ว ไปอยู่กับอาแกนู้น
                ไม่ ผมรักป๋า ผมจะอยู่กับป๋า
                เซนรักแกก็ดีแล้วไม่ใช่หรือไงมาร์คมองภาพสองพ่อลูกอย่างขำๆ เขามาที่นี่ทีไรก็มักจะเห็นภาพแบบนี้เสมอ
                ดีบ้าอะไรล่ะ ถ้ามันรักฉัน และพูดแล้วฟังง่ายๆ ก็ดีไปเถอะ นี่มันดื้อจะตายชัก กลัวคำพูดฉันที่ไหนกัน ส่งไปฝึกก็เอาแต่นอนอู้จนอาจารย์ระอา
                เซนเพิ่งจะสี่ขวบแกก็อย่าเคร่งครัดนักเลย
                ใช่ครับๆ อามาร์คพูดถูก
                อย่าคิดว่าไอ้มาร์คเข้าข้างแล้วฉันจะยอมนะ
                ป๋าน่ะใจร้าย
                อาแกใจดีก็ไปอยู่กับอาแกนู้นออสตินก้มตัวลงอุ้มลูกชายและยัดใส่อกมาร์คให้อุ้มต่อ
                แล้วนี่แกจะมาอยู่กี่อาทิตย์
                สองอาทิตย์
                ก็ดี งั้นฉันฝากดูแลไอ้ตัวป่วนด้วย ฉันต้องบินไปดูงาน
                ป๋า ผมขอไปด้วย
                ไม่ได้ มันอันตราย แกอยู่กับอาแกนั่นแหละดีแล้ว
                อันตรายแล้วป๋าไปทำไม?
                อันตรายสำหรับแก แล้วมันก็เป็นงานของฉัน เอาไว้แกโตก่อน เดี๋ยวแกก็รู้เอง
                ป๋าพูดแบบนี้อยู่เรื่อยเลย
                ก็ฉันพูดเรื่องจริง
                ถ้าสองอาทิตย์แกยังไม่เสร็จงาน ฉันพาเซนบินไปไทยได้หรือเปล่าพอได้ยินว่าจะได้นั่งเครื่องบินไปไทย เด็กชายตัวน้อยก็ทำตาโต มองใบหน้าผู้เป็นพ่อสลับกับผู้เป็นอาอย่างลุ้นคำตอบ
                ตามใจแกเลย
                ป๋าใจร้าย ป๋าชอบทิ้งผมไว้บ้านเด็กชายทิ้งตัวที่พื้น ทำตัวเหมือนหมดเรี่ยวแรง แต่ออสตินทำเพียงยกเท้าเตะสะโพกลูกชายไปทีหนึ่งแล้วเดินผ่านไป
                เกะกะ
                ป๋า!!
                เลิกเรียกได้แล้ว ไปอยู่กับอาแกนู่น
                เซนมาหาอามาร์คดีกว่า อาเพิ่งมาเหนื่อยๆ ไม่มีคนกินข้าวเป็นเพื่อนเลย ไปนั่งกินข้าวเป็นเพื่อนอาดีกว่าเด็กน้อยที่พ่อไม่สนใจยอมเดินตามหลังผู้เป็นอาไปด้วยสายตาละห้อยที่ผู้เป็นพ่อทิ้งไว้ที่บ้านอีกแล้ว
                แต่เด็กก็ยังเป็นเด็กอยู่วันอย่างค่ำ มาร์คแค่พาออกไปเที่ยว ซื้อของเล่น และเป็นครูฝึก และยังสอนการบ้านให้อีก จากเด็กติดพ่อก็กลายไปเป็นเด็กติดอาขึ้นมาทันที
                แบมแบมได้แต่ส่ายหน้าให้คนทั้งคู่ที่หน้าเหมือนกันราวกับฝาแฝด ถ้าบอกว่าสองคนนี้เป็นพ่อลูกกันก็คงจะมีคนเชื่ออย่างแน่นอน แถมท่าทางหลายๆอย่างยังถอดแบบกันมาอีก
                ในสายตาของแบมแบม เซนเป็นเหมือนส่วนผสมของมาร์คกับออสตินผสมกัน แต่นิสัยบางอย่างกับไม่เหมือนทั้งคู่ แต่สำหรับเรื่องฝีปาก แบมแบมคิดว่าได้ทั้งคู่มาเต็มๆ เพราะแต่ก่อนฟังแค่สองพี่น้องปะทะฝีปากกันก็ปวดหัวพอทนแล้ว แต่พอมีเซนเพิ่มเข้ามา กลายเป็นว่าในตอนนี้ยกกำลังสามไปเลย
                พี่มาร์คพาหลานไปอาบน้ำได้แล้วครับแบมแบมตะโกนบอกสามีตัวเองที่ยังเล่นสนุกอยู่กับหลานชายไม่เลิกรา เริ่มจะสงสารม้าตัวเก่งขึ้นมาหน่อยๆ แล้วที่ดันมาเจอผู้ใหญ่กับเด็กบ้าพลังคู่นี้เข้า
                พี่ขออีกรอบมาร์คบังคับมาให้เข้ามาใกล้แบมแบมที่ยืนรออยู่ ส่งยิ้มให้คนรักและขออนุญาตเสียงหวาน
                พอแล้วครับ พี่มาร์คพูดคำนี้มาหลายรอบแล้ว เลิกขี่ม้าแล้วพาหลานไปอาบน้ำได้แล้วครับ แบมเตรียมข้าวเย็นให้แล้ว
                อาแบม ผมอยากกินไก่ทอด
                อาทอดให้แล้วครับ ถ้าอยากกินก็เลิกขี่ม้ากันได้แล้ว ไม่งั้น อาจะเอาไปให้เด็กๆ ที่ไร่ทั้งหมดเลยนะได้ยินแบบนั้น เซนก็รีบหันไปตกลงอะไรบางอย่างกับมาร์คและยอมเข้าบ้านไปอาบน้ำแต่โดยดี ซึ่งมันเป็นเรื่องดีสำหรับแบมแบม เพราะขืนยังไม่เลิกขี่ม้ากัน มื้อเย็นต้องกลางเป็นมื้อดึกแน่ๆ
                แบมแบมมองสภาพสองอาหลานลงมาด้วยสภาพผมยังไม่แห้งและมีผ้าเช็ดผมคลุมเอาไว้อยู่ เห็นสภาพแบบนี้แล้วก็อดจะส่ายหน้าไม่ได้
                อาทำยังไง หลานก็ทำแบบนั้นจริงๆ
                ทำไมไม่เช็ดผมให้แห้งกันก่อนครับ เดี๋ยวก็เป็นหวัดทั้งคู่หรอกมาร์คเห็นแบมแบมจะเริ่มบ่นก็รีบยกมือจับผ้าเช็ดผมให้หลานมือหนึ่ง อีกมือหนึ่งก็เช็ดผมตัวเอง
                ทำแบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะได้กินข้าวกันครับเนี่ย หันหลังครับ เดี๋ยวแบมเช็ดให้พี่มาร์ค แล้วพี่มาร์คเช็ดให้เซนเลยเซนย้ายมานั่งบนตักมาร์ค ส่วนแบมแบมก็ยืนซ้อนหลังมาร์คเพื่อเช็ดผมให้เบาๆ จนแห้ง
                ยูคยอมมองภาพผู้ชายสามคน สามขนาดที่ช่วยกันเช็ดผมแล้วน่ารักดี คล้ายกับครอบครัวที่สมบูรณ์แบบของทั้งเพื่อนและเจ้านายตัวเอง
                ใจจริงเขาก็อยากเห็นมาร์คและแบมแบมมีทายาทตัวน้อยๆ เหมือนกัน แต่ดูจากการที่มาร์ครักและเอ็นดูหลานชาย เวลามาหาก็ตัวติดกันขนาดนี้ อีกทั้งยังพยายามเติมเต็มความรักให้หลานชายแบบนี้ ยูคยอมคิดว่ามาร์คคงเห็นเซนเป็นลูกตัวเองไปแล้ว
                เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ ผมแห้งแล้วแบมแบมค่อยๆ หวีผมให้มาร์คเบาๆ จนเสร็จ ถึงได้หวีให้หลานชายตัวแสบต่อ
                นั่งลงเถอะ จะได้กินข้าวกันแบมแบมพยักหน้าให้และเดินกลับไปนั่งประจำที่ตัวเอง แต่ยังไม่ทันได้ตักข้าวเข้าปาก ยูคยอมก็เดินมาบอกว่าออสตินมา
                ถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนที่เซนยังไม่เกิด แบมแบมคงคิดว่าเกิดเรื่องเร่งด่วนขึ้นหรือเปล่า ออสตินถึงได้มาที่นี่ แต่พอมีเซน เขากับมาร์คก็รู้กันทันทีว่าที่ออสตินมาที่นี่ก็เพราะคิดถึงลูกชายตัวเอง
                ทำงานเสร็จล่ะเหรอ กินข้าวมายัง กินด้วยกันสิออสตินไม่ได้ปฏิเสธ แบมแบมเลยลุกไปตักข้าวให้พี่เขยตัวเอง
                ป๋า อุ้มๆ
                อุ้มบ้าอุ้มบออะไรของแก นั่งลงกินข้าวดีๆแบมแบมเห็นออสตินนั่งติดกับลูกชาย ไม่ได้ย้ายเซนไปนั่งเก้าอี้อีกตัว ก็สบายใจที่ไม่ต้องประจันหน้ากินข้าวกัน นั่งเยื้องๆ กันแบบนี้ค่อยยังชั่วขึ้นหน่อย
                บอกตามตรงว่าไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน แบมแบมก็ไม่เคยชินกับการอยู่กับออสตินเลย
                บู่วว ป๋าใจร้าย ไม่ตามใจเหมือนอามาร์คเลย
                นี่ขนาดไม่ตามใจแกยังเป็นเด็กแบบนี้ ถ้าตามใจจะเสียคนขนาดไหนกัน
                เซนก็ไม่ได้ดื้ออะไร แกน่ะเข้มงวดเกินไป วันนั้นฉันเจออาจารย์ที่มาสอน ผลการเรียนก็น่าพอใจ แต่ออสติน ลูกแกเพิ่งสี่ขวบ แกจะให้เรียนอะไรนักหนาวะ
                ฉันมีปัญญาจ่าย ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน ทำไมจะให้เซนมันเรียนไม่ได้
                แต่เด็กก็ควรมีเวลาของตัวเองเหมือนกัน แกจะยัดเยียดทุกอย่างให้เขาไม่ได้นะเว้ย
                ฉันพอใจกับการเลี้ยงของฉันแบบนี้
                ที่พูดเนี่ยเพราะสงสารหลานหรอกนะ ฉันก็อยากให้หลายได้ดีไม่ต่างจากแก เก็บไปคิดบ้างว่าแกกดดันลูกเกินไปหรือเปล่า เซนก็คือเด็กคนหนึ่ง ตอนแกอายุเท่าเขา แกก็ชอบให้ใครบังคับแกเหรอ
                เเบมแบมรู้สึกว่าบรรยากาศเริ่มมาคุ เขาเลยพยายามทำอะไรสักอย่างให้มันคลี่คลายลง และเซนก็ฉลาดพอที่จะทำให้พ่อตัวเองสนใจ กลายเป็นว่าแบมแบมคอยทำให้มาร์คใจเย็นลง ส่วนเซนก็เข้าไปก่อกวนให้ออสตินหันมาสนใจตัวเองแทน
                แกจะกลับไทยเมื่อไหร่?”
                อีกสองวัน
                พาเซนไปด้วยมาร์คเลิกคิ้ว มองพี่ชายตัวเองอย่างสงสัย แต่สุดท้ายก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ
                แกจะไปรับเองหรือให้พามาส่ง
                ให้คนพามาส่งก็ได้ แกไม่ต้องมา
                เออ งั้นระหว่างที่หลานไปอยู่ที่นั่นจะคอยดูแลให้แล้วกัน ไม่ต้องห่วง
                เฮ้อ พี่น้องคู่นี้เนี่ยนะ ต่อให้เถียงกันยังไง พอมีเรื่อง มีปัญหาให้จัดการ ก็สามัคคี ปรองดองกันจนแบมแบมทึ่งไปเลย



10 ปีต่อมา

                การบินไปไทยของเซนกลายเป็นความเคยชินไปแล้ว จากเด็กชายที่ติดผู้เป็นพ่อในวันนั้นกลายมาเป็นเด็กชายที่ติดอาของตัวแทนแล้วในตอนนี้
                อาแบม ผมอยู่ทางนี้แบมแบมมองเด็กผู้ชายตัวสูงที่จะสูงกว่าเขาไปแล้วยืนโบกมือและยิ้มกว้างให้ ก่อนจะรีบก้าวเข้าไปหา
                เหนื่อยมั้ยเจ้าตัวแสบ
                นิดหน่อยครับอา แล้วอามาร์คล่ะครับเซนมองหาอาแท้ๆ ของตัวเองที่ปกติจะมาด้วยกันกับอาสะใภ้อยู่เป็นประจำ
                ติดงานน่ะ
                ผมอุตส่าห์เลือกเดินทางมาถึงที่นี่ดึกๆ อายังทำงานอีกเหรอครับ?”
                ใช่ไหมล่ะ เดี๋ยวพอเซนเจอหน้าเขานะ บ่นใส่เลยนะ จะได้รู้ตัวสักทีว่าตัวเองโหมงานหนักเกินไปแล้ว
                ถ้าอาแบมคุยแล้วไม่ได้ผม ผมว่าเขาไม่เชื่อผมหรอกครับ
                ไม่จริงหรอก อามาร์คน่ะรักเซนจะตาย
                ก็ไม่เท่ารักอาแบมหรอกครับ ไม่งั้นจะอยู่ด้วยกันมานานตั้งแต่ผมยังไม่เกิดจนผมโตเหรอครับ
                พอแล้วๆ ไม่ต้องมาพูดช่วยอาเราเลย ขึ้นรถกันดีกว่าเราจะได้พักสักที
                ถ้าเป็นแต่ก่อนเซนคงจะยอมให้แบมแบมยกกระเป๋าให้อยู่หรอก แต่พอเขาโตแล้ว เขาดูแลตัวเองได้แล้ว ใครกันจะกล้าให้อาตัวเล็กของเขาออกแรงกันเล่า ขืนมาร์ครู้เข้า มีหวังดึงหูเขาขาดกันพอดี
                แล้วมาครั้งนี้จะมาอยู่กี่อาทิตย์กันล่ะ
                จนกว่าจะเปิดเทอมเลยครับแบมแบมตาโตกับคำตอบของหลานชาย ปกติเซนมาอยู่ได้มากสุด สองสัปดาห์ก็บินกลับแล้ว
                พ่อเรายอมเหรอเซน
                ต่อให้ส่งตั๋วเครื่องบินมาให้ผมกลับ ผมก็ไม่กลับหรอก อยู่ที่นี่สนุกกว่าเป็นไหนๆ
                อย่าบอกนะว่าครั้งนี้หนีมาหาอาอีกแล้ว
                ไม่ได้หนีนะครับ
                แค่บินมาโดยไม่บอกพ่อเขาใช่ไหม
                ต่อให้ไม่บอก ไบรอันก็คงรายงานตั้งแต่ผมซื้อตั๋วเครื่องบินแล้วล่ะครับอา อาก็รู้ว่าคนของป๋ามีเยอะจะตายไป ไม่มีอะไรรอดพ้นสายตาเขาไปได้หรอกครับ
                ก็จริงของเรานะ แต่จริงๆ ก็น่าจะบอกเขาหน่อย เขาจะได้ไม่เป็นห่วง
                รายนั้นไม่มีคำว่าห่วงหรอกครับ กำลังหาทางให้ผมแทรกซึมไปในงานของเขามากกว่า ปิดเทอมที่แล้วใช้งานผมได้แค่ครั้งนั้นครั้งเดียวเท่านั้นแหละครับ ครั้งนี้อย่าหวังเลย
                แทบจะเป็นฝันร้ายของเด็กอายุ 13 ในตอนนั้นเลย แล้วเทอมนี้คิดว่าเขาจะยอมอยู่ให้คนเป็นพ่อใช้งานหรือไง สู้เผ่นมาหาอาที่ไทยยังจะดีกว่าอีก ได้เที่ยว มีคนคอย ทำอาหารอร่อยให้กิน มีคนคอยตามใจ มีความสุขกว่าตั้งเยอะ
                จริงๆ ถึงเราไม่บินมาหาอา อาก็คุยกับอามาร์คอยู่นะว่าจะบินไปเยี่ยมเราช่วงปิดเทอม จะได้พาตัวเราออกมาจากงานพ่อเราได้
                อาไปเยี่ยมไม่กี่อาทิตย์เอง พออากลับผมก็จมอยู่กับกองงานเหมือนเดิม
                แล้วมาหาอาแบบนี้ คิดหรือยังว่าอยากจะทำอะไรบ้าง
                วางแผนไว้หมดแล้วครับอา
                ไว้ใจได้ใช่ไหมเนี่ย ไม่ได้คิดจะทำอะไรแผลงๆ ใช่ไหม
                ไว้ใจผมได้แน่นอนครับอาเซนยิ้มทะเล้นใส่ผู้เป็นอา
                มันเป็นรอยยิ้มที่แบมแบมวางใจไม่ลงเลยจริงๆ
                ทันทีที่รถจอดที่หน้าบ้าน ร่างสูงในชุดอยู่บ้านก็เดินออกมารับสองอาหลานที่เพิ่งกลับมาถึง
                อามาร์คเลิกงานแล้วเหรอครับ?” เซนเข้าไปกอดอาแท้ๆ ตัวเองในทันทีที่ลงจากรถ
                ไม่มีความเขินอายใดๆ กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของทั้งคู่ไปแล้วด้วยซ้ำ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่แบมแบมแปลกใจมาก เพราะคิดว่าออสตินไม่น่าจะทำแบบนี้กับเซนหรอก
                ไม่รู้เซนได้ความน่ารักแบบนี้มาจากใคร
                สักพักแล้ว แล้วมากับใคร ไบรอันกับเจย์ไปไหน
                หนีมาครับอาเซนยิ้มทะเล้นและสารภาพออกมาตรงๆ เพราะรู้ว่ามาร์คไม่มีทางลงโทษเขาแน่นอน
                ว่าแล้วเชียว ไม่น่าล่ะออสตินมันถึงโทรหาอาหลายสาย แต่อาไม่ได้รับสายมันเลย โทรมาถามเรื่องเราแน่ๆ แล้วทำไมถึงหนีมา?”
                ก็ไม่อยากทำงานนี่ครับอา ปิดเทอมทีไร ป๋าชอบให้เข้าไปทำงานทุกที สู้หนีมาหาอา ให้อาพาไปเที่ยวยังจะดีกว่าอีก
                เรานี่จริงๆ เลยนะ ไปๆ เข้าบ้านเถอะจะได้พัก
                อย่าเพิ่งพักเลยครับ ผมหิวข้าวอ่ะอา อาหารบนเครื่องบินไม่อร่อยเลย
                แล้วทำไมตอนรออาไปรับไม่หาอะไรกินก่อนล่ะแบมแบมเอ่ยถามหลานชายที่ยกมือลูบท้องตัวเอง
                ป๋าระงับบัตรผมหมดแล้วครับอาแบม
                งั้นมาอยู่ไทยแบบนี้ก็ไม่มีเงินน่ะสิ
                ใช่ครับ ถึงได้มาเกาะพวกอาๆ กินยังไงล่ะครับ
                ได้ แต่ต้องมีขอแลกเปลี่ยน
                โธ่ อามาร์ค เลี้ยงหลานแค่คนเดียว อาไม่จนลงหรอกครับ
                โตแล้วไม่ใช่หรือไง ไม่ทำงานแล้วจะได้เงินเหรอ?”
                ใจร้ายมากอ่ะ อาแบมช่วยผมด้วยสิครับเซนโผเข้ากอดเอวคุณอาตัวเล็กที่ยืนอมยิ้มอยู่ข้างๆ อาแท้ของตัวเอง
                ปล่อยเลยๆ นี่แฟนฉัน ไม่ต้องมาอ้อน ฉันกอดได้คนเดียวเว้ย
                หวงแฟนมากเว่อร์
                ก็ต้องหวงสิวะ มีคนเดียวนี่
                หวานกันจังเลยนะ น่าอิจฉาจริงๆ
                ก็เป็นธรรมดาแหละ อยากชินก็ให้ออสตินหาแม่ใหม่สักทีสิ จะได้เห็นภาพแบบนี้จนชินตา
                คนอย่างป๋าใครจะทนไหวกันครับอาเซนเบะปากใส่ทันทีที่นึกถึงพ่อตัวเอง
                เราไง แต่ก่อนเกาะติดออสตินแจเลย ถ้าออสตินไม่ส่งไปทำงาน คนหวงพ่ออย่างเราจะบินมาหาอาหรือไง
                ไม่ติดป๋าขนาดนั้นซะหน่อยครับอา
                ปากแข็งสมกับเป็นลูกออสตินจริงๆ เลยนะครับพี่มาร์คแบมแบมอดเอ็นดูหลานชายของแฟนตัวเองไม่ได้
                เซนเป็นเด็กที่หน้าถอดแบบทั้งคนเป็นพ่อและคนเป็นอามาเหมือนแฝดสาม ส่วนนิสัยเขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าได้ใครมาบ้าง แต่เรื่องฝีปากนี่ไม่ต้องห่วง ทั้งพ่อและอาฝีปากสูสีกันขนาดนี้ เซนก็ไม่ใช่ลูกไม้หล่นไกลต้นสักนิดเดียว
                เชื้อพ่อมันแรงก็แบบนี้แหละ ไปที่โต๊ะอาหารกันเถอะ พี่ให้คนเตรียมของโปรดแบมไว้แล้ว
                เตรียมแต่ของโปรดอาแบม แล้วผมล่ะครับอา
                แกกินไม่ได้ก็ขึ้นไปนอนเถอะเซน
                ผมเป็นหลานอานะ
                ก็แค่หลาน ไม่ใช่แฟนฉันนี่ ทำไมฉันต้องตามใจกัน อยากให้คนตามใจก็กลับไปหาพ่อแกนู้น
                คนอย่างป๋าเนี่ยนะเรียกตามใจ
                คนเจ้ากี้เจ้าการแบบออสติน ยอมให้เซนให้ขนาดนี้ อาว่าเขาตามใจมากแล้วนะ ไม่อย่างงั้นเราคงไม่บินมาไทยได้อย่างปลอดภัยหรอกแบมแบมดึงมือหลานชายให้ตามไปที่โต๊ะอาหาร
                ป๋าคงรำคาญที่ผมชอบโดดงานมากกว่าครับอาแบม ถึงได้ยอมปล่อยมานี่ แล้วให้อามาร์คใช้งานผมแทนอ่ะ เขาสองคนวางแผนกันแล้วชัวร์ๆ
                ถ้าพวกฉันทำแบบนั้นจริงๆ แล้วแกจะทำอะไรได้ ไม่พอใจก็กลับบ้านไปเลย
                อาแบมดูสิครับ อามาร์คไล่ผมอีกแล้วเซนเข้ามาเกาะแกะแบมแบมอีกครั้ง ไม่เกรงกลัวต่อสายตาพิฆาตของมาร์คสักนิด อย่างว่าแหละ ผ่านออสตินมาได้ ใครในโลกก็ไม่น่ากลัวแล้ว
                พอเลยๆ สองอาหลาน รีบกินข้าวกันเถอะจะได้ขึ้นนอน เซน ถ้าอยากได้อะไรเพิ่มก็บอกอานะ เดี๋ยวอาไปทำให้
                ผมกินอะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละครับ อยู่กับป๋าเลือกกินยังไม่ได้เลยครับ ไม่รู้ว่าฝึกให้ผมกินง่ายหรือฝึกให้ผมไปออกรบกันแน่
                ดูพูดเข้าสิแบมแบมทำได้แต่ส่ายศีรษะก่อนจะคีบอาหารใส่จานให้ทั้งมาร์คทั้งหลานชายจนอิ่ม

My Boss

                แบมแบมเงยหน้าสบตาคุณแฟนคนหล่อที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำและกำลังจะหยิบงานมาทำต่อ
                ที่ออสตินปล่อยให้เซนมาหาเราที่นี่ เพราะที่นั่นเกิดเรื่องเหรอครับพี่มาร์คมาร์คไม่ได้เงยหน้าแต่นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าให้ เพราะแบมแบมเองก็ควรรู้จะได้เตรียมใจเอาไว้
                ร้ายแรงมากเลยเหรอครับ
                ตอนนี้ออสตินยังรับมือไหวอยู่ แต่ก็ไม่แน่เหมือนกันว่าอีกนานเท่าไหร่จะเคลียร์ทุกอย่างจบ
                แล้วเซนเขารู้ไหมครับว่าเกิดเรื่องกับพ่อเขา
                เซนเป็นเด็กฉลาด เขาไม่มีทางไปรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นั่น
                แล้วจะทำยังไงกันต่อไปดีล่ะพี่มาร์ค ตอนนี้รู้ตัวคนที่อยู่เบื้องหลังหรือยังครับ เขาจะทำอะไรเซนหรือเปล่า
                แบมไม่ต้องห่วงนะ ตราบใดที่พี่ยังอยู่ หลานจะไม่เป็นอะไร เซนก็ไม่ต่างอะไรจากลูกชายพี่ พี่ไม่มีทางให้เขาเป็นอันตรายเด็ดขาด ดึกมากแล้ว เรานอนเถอะนะ เดี๋ยวพี่รีบเคลียร์งานและจะตามไปนอน
                พี่มาร์คอย่าทำงานดึกมากนะครับ
                รู้แล้วครับ เราไปนอนเถอะ ฝันดีนะทั้งสองกอดลากันก่อนที่แบมแบมจะขึ้นเตียงและหลับไป
                ประตูห้องของเซนถูกเคาะก่อนที่มาร์คจะเปิดเข้าไปดูหลานชายที่ยังไม่นอน มาร์คมองใบหน้าที่ถอดแบบออสตินมาราวกับฝาแฝด แต่แค่อายุน้อยกว่าเท่านั้น
                ก่อนจะมาที่นี่ ออสตินได้บอกอะไรหรือเปล่า
                ครับอาไม่มีแววตาใสซื่อเหมือนเด็กอายุ 13 ให้เห็น มีแค่ดวงตาคมที่เรียบนิ่ง ไร้อารมณ์ และอ่านไม่ออก ท่าทางออดอ้อนเหมือนตอนอยู่กับแบมแบมก็ไม่มีให้เห็น
                ออสตินได้บอกรึเปล่าว่าจะทำยังไงต่อ
                ป๋าส่งคนของเราบางส่วนมาเตรียมพร้อมที่นี่แล้วครับ ป๋าบอกว่าอีกไม่นานพวกมันน่าจะเริ่มลงมือ ทางอาเป็นยังไงบ้างครับ
                ทุกอย่างพร้อมแล้ว ไม่มีอะไรต้องห่วง
                อาแน่ใจใช่ไหมครับว่าจะลงมือเอง อาแบมรู้เรื่องนี้หรือยังครับ
                แบมแบมแค่เดาได้ว่าน่าจะเกิดเรื่อง แต่เขาคิดว่าออสตินฝากเราไว้กับอา
                ผมว่าครั้งนี้ปล่อยให้ผมจัดการด้วยตัวเองเถอะครับอา อาคอยฟังข่าวก็พอ
                ไม่ได้ อาจะปล่อยให้เราเสี่ยงอันตรายขนาดนั้นได้ยังไงคิ้วหนาขมวดเข้าหากันทันทีที่ได้ยินข้อเสนอของหลานชาย
                อาลืมแล้วเหรอครับว่าผมลูกใคร หลานใคร ถ้าอาไม่ปล่อยให้ผมได้ลงมือทำด้วยตัวเอง แล้วเมื่อไหร่ผมจะโตกันครับ ที่ป๋าส่งผมมา ไม่ได้แค่มาเป็นกำลังสำรองให้อานะครับ อาจะดูถูกสายตาป๋าเหรอครับ
                แกจะบ้าทั้งพ่อทั้งลูกไม่ได้นะเซน ปล่อยให้ออสตินมันบ้าไปคนเดียวเถอะ แกจะให้ฉันมองดูแกไปรับกระสุนพวกมันได้ยังไง
                อา ฝีมือผมไม่ได้กระจอกเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะครับ ผมไม่มีทางเอาร่างตัวเองไปรับกระสุนแน่ๆ อีกอย่าง ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับอา อาแบมแบมร้องไห้เป็นเขื่อนแตกแน่ๆ
                แต่ออสตินไม่ได้บอกฉันว่าจะให้แกลงมือนะเซน
                ผมก็ขออาอยู่นี่ไงครับ
                มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะเซน แกจะเอาชีวิตแกมาเสี่ยงแบบนี้ไม่ได้
                ผมกล้ารับประกันเลยว่าผมจะไม่พลาดท่าแน่นอน นะครับอา
                ฉันไม่อนุญาต
                งั้นอาก็เลือกเอาว่าจะเป็นคนรับรู้แผนการที่ผมวางไว้ทั้งหมดหรือจะให้ผมทำอะไรลับหลังอา
                ไอ้เด็กนี่!มาร์คแทบจะวิ่งเข้าไปเตะหลายชายที่กล้าขู่เขา
                เชื่อใจผมเถอะอา อาคอยดูก็พอเซนจับเท้าอาตัวเองไว้แน่น ก่อนจะยักคิ้วให้จนมาร์คอยากจะเตะหลานตัวเองแรงๆ สักหลายที

My Boss

                หลังจากวันที่ไปรับเซนที่สนามบิน แบมแบมก็ไม่เจอหลานอีกเลย ถามมาร์คก็บอกว่าส่งเซนไปดูงานที่ใต้ แต่แบมแบมรู้สึกว่ามันดูไม่ชอบมาพากลแปลกๆ
                ทำไมเซนถึงยอมไปทำงานง่ายเหลือเกิน มาร์คปิดบังอะไรเขาอยู่หรือเปล่า
                พี่ปีเตอร์
                ครับคุณแบม
                พี่มาร์คอยู่ไหนครับ?”
                คุณมาร์คอยู่ที่โรงแรมครับ คุณแบมมีอะไรหรือเปล่าครับ
                แบมอยากไปหาพี่มาร์ค พี่ปีเตอร์ช่วยขับรถให้แบมหน่อยสิครับ
                ตอนนี้คุณมาร์คติดประชุมด่วน คงอีกนานกว่าจะเสร็จ ผมว่าคุณแบมรออยู่ที่บ้านเถอะนะครับ
                ถ้ามีประชุมด่วนแล้วทำไมพี่ปีเตอร์ถึงอยู่ที่บ้านล่ะครับ มีอะไรปิดบังแบมกันหรือเปล่าครับ
                ถ้าผมบอกคุณแบมแบม คุณแบมจะยอมอยู่ที่บ้าน ไม่ออกไปข้างนอกมั้ยครับ
                มันร้ายแรงมากเลยเหรอครับ
                ครับ
                เด็กหนุ่มอายุสิบสามในชุดพนักงานส่งของเดินเข้าตึกสูงที่ด้านนอกดูหรูหรา เบื้องหน้าคือสำนักงาน แต่เบื้องหลังกลับซ่อนอาวุธสงครามเอาไว้เป็นจำนวนมาก
                เซนขยับปีกหมวกบดบังใบหน้าของตนเอง ยื่นกล่องพัสดุให้กับพนักงานชั้นล่างและกลับออกไป
                ปืนที่วางอยู่บนเบาะรถด้านหลังถูกประกอบอย่างคล่องแคล่วก่อนที่เด็กหนุ่มจะส่งสายตาให้คนเป็นอาที่อยู่ด้านหลังพวงมาลัย
                แล้วเจอกันครับอาเซนส่งยิ้มทะเล้นให้มาร์คก่อนจะเปิดประตูลงไป
                มาร์คขับรถเข้าจอดที่ลานจอดรถด้านหลัง เสียงปลดล็อกจากด้านในตรงบันไดหนีไฟถูกเปิดจากฝีมือคนเป็นหลาน
                คนของเราควบคุมกล้องทุกตัวไว้ได้แล้วครับอา
                อืม
                สองอาหลานอยู่ในชุดพนักงาน เดินเข้าไปในลิฟต์ด้วยท่าทางเป็นปกติจนไม่มีใครสังเกต ตัวเลขค่อยๆ เลื่อนขึ้นไปช้าๆ จนถึงด้านบนสุด ก่อนที่ทั้งสองจะแยกกันไปคนละทาง
                เสียงสัญญาณเตือนไฟไหม้ดังไปทั่วทั้งอาคารพร้อมด้วยเสียงกรี๊ดของพนักงานชั้นอื่นๆ มาร์คมองเลขาสาวและคนอื่นๆ ที่วิ่งหนีไปทางบันไดหนีไฟก่อนจะปิดตายประตู ยืนพิงรอหลานชายเข้าไปด้านในห้องของประธานบริษัทที่ก่อนหน้านี้คงคุยอยู่กับคู่ค้าคนสำคัญ
                แม้สีหน้าของมาร์คจะปราศจากอารมณ์ แต่ภายในใจกลับรู้สึกว้าวุ่นเหลือเกินที่เสี่ยงส่งหลานชายเข้าไปด้านในนั้น
                นี่เป็นครั้งแรกที่มาร์คให้หลานลงมือด้วยตัวเอง ถึงแม้จะรับรู้มาตลอดว่าออสตินส่งลูกไปฝึกอะไรมาบ้าง ทำอะไรมาบ้าง แต่มาร์คไม่เคยเห็นกับตา ไม่เคยวางแผนด้วยกันกับหลาน นี่เป็นครั้งแรกสำหรับเราทั้งคู่จริงๆ
                เซนเข้าไปด้านในพร้อมกับยิงเข้าที่สมองของคนที่วิ่งเข้ามาใกล้ เขาเบี่ยงปืนเพื่อที่จะยิงอีกคน แต่ชายคนนั้นไหวตัวทันหลบกระสุนของเขาได้พ้น เซนรีบหาที่หลบกระสุน ก่อนจะยกปืนขึ้นยิงเข้าที่มือและรีบจะวิ่งไปถีบเข้าที่อกอีกฝ่ายเต็มๆ แรง จ่อปืนจะยิงเข้าที่หัวใจแต่อีกฝ่ายกลับเบี่ยงตัวหลบทันอีกครั้งและเตะคนที่ยืนอยู่เหนือกว่า
                มาร์คจับจ้องลิฟต์ที่ปรากฏตัวเลขเพิ่มขึ้นก่อนที่จะจ่อปืนไปยังทิศทางนั้น
                ไม่ช้าเสียงปืนก็ดังขึ้นพร้อมกันทั้งด้านนอกและด้านในห้อง
                ขายาวก้าวไปยังประตู แต่ไม่ทันที่จะเปิดเข้าไป ข้างในก็เปิดออกมาซะก่อน เซนถูกจับเป็นตัวประกัน แม้ว่าคนที่จับตัวเซนจะอาการบาดเจ็บสาหัสก็ตาม มาร์คมองหลานชายที่ยังดูไม่ทุกข์ร้อนแต่อย่างใด แม้ว่าตัวเองจะถูกปืนจ่อศีรษะอยู่ก็ตาม
                สมแล้วที่เป็นลูกชายออสติน
                พวกมึงกล้ามากนะที่ให้เด็กเมื่อวานซืนมาจ่อปืนยิงกู!
                ต้องการอะไร?”
                เอาคนของพวกมึงออกไปจากตึกกู ไม่งั้นกูจะฆ่าไอ้เด็กนี่ซะ!
                แล้วถ้ากูไม่ทำล่ะ
                ไม่ทันที่อีกฝ่ายจะได้ทำอะไรทันเพราะเซนลงมือไวกว่า ปืนที่ใช้จ่อศีรษะตกลงที่พื้น เด็กหนุ่มพลิกตัวเป็นฝ่ายกดอีกฝ่ายไว้ก่อนจะประเคนทั้งเข่า ทั้งกระทืบซ้ำที่บาดแผลจนหนำใจ
                ไปได้แล้วเซนก่อนที่นี่จะระเบิด ไป!มาร์คฉุดมือหลานชายให้วิ่งไปบนชั้นดาดฟ้าด้วยกัน แต่ทางหนีไฟกลับไม่ราบรื่นแบบนั้น เมื่อมีคนของฝั่งตรงข้ามใช้ทางนี้เพื่อช่วยหัวหน้าตัวเอง การปะทะกันเริ่มต้นขึ้นทันที มาร์คคอยระวังหลังให้หลานชายรีบพาตัวเองขึ้นไปยังชั้นดาดฟ้าของตึก
                ปังๆๆ
                อา!เซนรีบดึงมาร์คที่ถูกยิงที่ไหล่ให้รีบวิ่งขึ้นไปก่อน เขาจัดการยิงสกัดคนพวกนั้นไว้จนมาร์คเปิดประตูได้สำเร็จ
                อาเป็นอะไรมากมั้ยครับ
                ตกใจอะไรกัน แค่โดนยิงที่ไหล่เท่านั้นเอง
                เท่านั้นอะไรล่ะครับอา ถ้าอาแบมรู้ขึ้นมา เราสองคนคอขาดแน่
                ไอ้เด็กนี่ ฉันก็คิดว่าแกเป็นห่วงฉัน
                โธ่อา ผมรู้น่าว่าถูกยิงที่ไหล่จะเป็นอะไรง่ายๆ ได้ไง แล้วนี่เมื่อไหร่ธีร์จะมารับเราครับเนี่ย ระเบิดน่าจะใกล้ทำงานในอีกไม่กี่นาทีแน่ๆ ไม่ใช่ทุกคนปล่อยให้เราตายนะครับ
                นี่แกกลัวตายจริงๆ รึเปล่าเนี่ย พ่อแกสอนแกยังไง ถึงได้จะเป็นจะตายถึงได้ทำหน้าระรื่นอยู่ได้
                อาคิดว่าปีที่แล้วป๋าส่งไปดูงานที่กาสิโนจริงเหรอครับ
                นี่ออสตินมันเห็นแกเป็นลูกจริงรึเปล่าเนี่ย
                จริงๆ ไม่ใช่แค่ป๋าส่งผมไปหรอกนะอา ผมเองก็อยากไปจัดการเรื่องพวกนี้ด้วยตัวเอง
                แต่แกอายุแค่สิบสอง สิบสามเองนะ
                ป๋าก็จับปืนตอนอายุเท่านี้นี่ครับ อาเองก็ถูกฝึกตั้งแต่อายุ 17 ไม่ใช่เหรอ
                ฉันไม่ควรไว้ใจให้ออสตินเลี้ยงแกเลยนะเซน
                ไม่ให้ผมลองวันนี้ อีกไม่กี่ปี ผมก็ต้องจับปืนฆ่าคนอยู่ดีครับอา ให้ผมได้ลองตอนป๋ากับอายังมีชีวิตอยู่น่ะดีแล้ว เผื่อผมทำอะไรพลาดไปจะได้มีคนมาแก้ไข
                ปากแกนี่มันได้พ่อมาเต็มๆ เลยนะ เห็นพวกฉันเป็นตัวอะไร ถึงต้องคอยตามเก็บ ตามเช็ดให้แกนี่ โอ๊ย!มาร์คที่จะเหวี่ยงหมัดต่อยหลานชายแต่ลืมไปว่าตัวเองยังเจ็บที่ไหล่อยู่
                ฮ่าๆๆ ใจเย็นๆ สิครับอา เดี๋ยวก็แย่เอาหรอกครับ หายเจ็บช้า โดนอาแบมเล่นงาน ผมไม่อยู่ช่วยนะ
                แกอย่าคิดว่าฉันจะให้แกบินกลับไปหาพ่อแกง่ายๆ นะเซน อยู่ช่วยฉันเคลียร์กับแบมก่อน
                อากลัวอาแบมโกรธ ไม่สมกับที่ถือปืนยิงคนตายด้านนอกเลยนะครับ
                รอแกมีเมียของแกเองแล้วจะรู้สึก
                แบบนี้หรือเปล่าครับ ป๋าถึงไม่มีแม่ใหม่ให้ผมสักที
                ออสตินมันไม่กลัวใครหรอก มีแต่คนอยู่กับมันไม่ไหวมากกว่า ที่ถามขึ้นมาเนี่ย อยากมีแม่ใหม่เหรอ?”
                เปล่าเลยอา มีกันสองคนก็บ้านแทบแตกแล้ว ถ้ามีคนเข้ามาเพิ่ม ผมสงสารเขา มีคนมารับแล้วครับอา ผมพยุงอาดีกว่า
                เซนพูดเรื่องจริง เขาไม่คิดว่าในชีวิตนี้จะมีใครทนพวกเขาสองพ่อลูกไหวหรอก และออสตินเองก็คงไม่เปิดรับหรือไว้ใจใครง่ายๆ ด้วย

My Boss

                แบมแบมรอฟังข่าวสองอาหลานอย่างเป็นกังวล เดินไปเดินมาภายในบ้านอยู่นาน
                ปีเตอร์ที่ออกไปรับโทรศัพท์ข้างนอกรีบวิ่งกลับเข้ามาเล่าถึงสถานการณ์ของคนทั้งคู่ก่อนที่จะพาแบมแบมไปที่โรงพยาบาล
                เซน
                อาแบมเซนรีบวิ่งเข้าไปหาคุณอาตัวเล็กที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหา
                พี่มาร์คเป็นยังไงบ้าง
                ไม่ร้ายแรงหรอกครับ ไม่ได้โดนจุดสำคัญ อามาร์คน่าจะปลอดภัยครับ อาแบมไม่ต้องกังวลนะครับ
                แล้วเราเป็นยังไงบ้าง
                ผมโอเคครับอา อาไม่ต้องห่วงนะครับ เดี๋ยวหมอก็ออกมาแล้วครับแบมแบมรู้ว่าเด็กตรงหน้าคงไม่โกหก แต่มาร์คยังไม่ออกมา เขาก็อดที่จะกังวลไม่ได้ ตราบใดที่ยังไม่เห็นหน้า ยังไม่รับรู้อาการที่แน่นอน แบมแบมก็ไม่กล้าวางใจแม้แต่น้อย
                หมอออกมาแล้วครับอาสองอาหลานรีบเข้าไปรับฟังอาการของมาร์ค ก่อนที่จะถอนหายใจออกมาพร้อมกันที่มาร์คไม่ได้เจ็บหนักอย่างที่กังวลไปล่วงหน้า
                เพราะมาร์คหลับไป แบมแบมเลยมาเค้นเอาความจริงจากหลานชายตัวแสบว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมเซนถึงได้ไปอยู่ที่นั่นกับมาร์คได้
                โอ๊ยย อาแบม ผมเจ็บแล้วครับอา อย่าตีผมสิครับอา ผมจำแล้วครับ คราวหลังจะไม่พาตัวเองไปเสี่ยงแบบนี้แล้วครับอาถึงแบมแบมจะตี จะหยิกไม่แรง แต่ใครจะอยากยืนนิ่งๆ ให้แบมแบมตีกัน สองอาหลานเลยเหมือนวิ่งไล่กันอยู่หน้าห้องทำให้บอดี้การ์ดที่ยืนกันอยู่แอบอมยิ้มเงียบๆ
                อา อาแบม พอก่อนครับ เราเสียงดังกันขนาดนี้ อามาร์คฟื้นแล้วมั้งครับ อาแบมไปดูอามาร์คกันข้างในดีกว่าครับแบมแบมยอมหยุดมือและเข้าไปดูอาการมาร์ค แต่พอเปิดประตูเข้าไปได้ เซนก็ผลักแบมแบมเข้าไปด้านในแล้วล็อกประตูทันที และยังกำชับให้คนเฝ้าไว้ ไม่ให้แบมแบมเปิดออกมาได้ ก่อนวิ่งหนีไป
                จะกลับบ้านเลยมั้ยครับคุณเซน
                ไม่ รีบไปกันเถอะธีร์ อามาร์คเปิดทางให้ขนาดนี้แล้ว เราจะไม่ใช้โอกาสนี้เล่นสนุกได้ไงกัน
                ธีระได้แต่วิ่งตามนายน้อยของตัวเองไปไม่ห่าง ถึงจะไม่เห็นด้วยกับการที่มาร์คพาหลานชายไปเปิดฉาก ประกาศศึกสงครามขนาดย่อมแล้วปล่อยให้หลานชายจัดการต่อ
                แต่ในเมื่อมาร์คแกล้งเจ็บเพื่อจะมีข้ออ้างไม่ตามหลานไปแล้ว พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากทำตามแผนที่นายน้อยวางเอาไว้ และถ้าครั้งนี้เป็นไปได้ด้วยดี ว่าที่นายใหญ่อย่างคุณเซนคงน่ากลัวไม่ต่างจากคนเป็นพ่อและอาเลยสักนิดเดียว

My Boss







ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น