วันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2562

ตอนพิเศษ Austin




Austins  Special
                ไบรอันต้องทำงานภายใต้แรงกดดันมหาศาลและต้องทำงานเพียงคนเดียว แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา ปัญหาของเรื่องอยู่ที่อารมณ์ของออสตินต่างหาก ใครต่างก็คิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับมาร์คคงไม่ส่งผลอะไรกับออสติน แต่สำหรับไบรอันที่อยู่ใกล้ชิดรับรู้ได้เลยว่าการเจ็บครั้งนี้ของมาร์ค มีผลกับออสตินมาก 
                นายครับ คุณแบมแบมติดต่อมาอีกแล้วนะครับ
                แล้วยังไง? ”
                นายจะไม่ยอมบอกเรื่องคุณมาร์คจริงๆ เหรอครับ
                แล้วทำไมฉันต้องบอก บอกไปแล้วเด็กนั่นทำให้มาร์คฟื้นขึ้นมาได้หรือยังไง
                แต่นายครับ คุณมาร์คกับคุณแบมแบม เขาเป็นคนรักกันนะครับ บางทีการที่นายให้คุณแบมแบมมาเจอคุณมาร์ค อาจจะทำให้คุณมาร์คฟื้นขึ้นมาก็ได้
                ไบรอัน สภาพมาร์คเป็นแบบนั้น นายคิดว่าจะฟื้นขึ้นมาได้หรือไงกัน นายก็รู้ว่าฉันไม่เคยเชื่อคำว่าปาฏิหาริย์
                แต่ไม่ลองแล้วจะรู้เหรอครับ
                มาแล้วไม่ได้ทำอะไรให้ดีขึ้นก็ไม่ควรจะโผล่มานะ เอาไว้ให้รับผิดชอบชีวิตตัวเองได้เมื่อไหร่ คิดถึงสิ่งที่มาร์คมันทำได้เมื่อไหร่ ค่อยมาเจอมาร์คเถอะ มาตอนนี้มาร์คมันก็ไม่ฟื้นมาฟังคำคร่ำครวญอะไรหรอก มีแต่จะทำให้ฉันรำคาญมากกว่า
                นายยังไม่ยอมรับคุณแบมแบมอีกเหรอครับ
                มีอะไรบ้างที่ควรจะยอมรับ เข้มแข็งไม่พอจะอยู่กับมาร์คด้วยซ้ำ ไม่เข้าใจในสิ่งที่มาร์คทำลงไปเลยสักนิด ฉันคิดว่าเด็กคนนั้นมองแต่มุมตัวเองมากเกินไปหน่อย ความรู้สึกที่มีกับมาร์คฉันไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเป็นเพราะรักจริงๆ หรือแค่กลัวว่าจะเสียคนที่เป็นครอบครัวไป
                ผมว่าคุณแบมแบมรักคุณมาร์คจริงๆ นะครับ
                นายคิดว่าคำว่ารักอย่างเดียวมันพอรึเปล่าล่ะไบรอันเงียบไปเมื่อคิดถึงเรื่องของยูคยอมที่เป็นประเด็นทำให้ทั้งคู่มึนตึงต่อกัน ขนาดวันที่ลาจากกัน ยังไม่เคลียร์เรื่องนี้กันเลย
                ออกไปได้แล้วไบรอัน มีอะไรที่สำคัญก็ไปทำ
                แล้วเรื่องนัดกับคุณจางเย็นนี้จะให้ผมคอนเฟิร์มเลยมั้ยครับ
                มีอะไรที่ต้องกลัวกัน? ”
                ครับนาย
                ออสตินเป็นคนตรงเวลาเสมอ แต่วันนี้กลับมาก่อนเวลานัดเสียด้วยซ้ำ แต่ก่อนออกมาก็ไม่ลืมจะแวะไปหาน้องชายที่นอนอยู่บนเตียง
                คุณต้วนเชิญทางนี้ครับออสตินเดินตามคนของคุณจางเข้าไปยังด้านในห้องอาหารที่ในวันนี้ลูกสาวคนสวยอย่างคุณหนูหลินคุนเองก็อยู่ด้วย ต่างฝ่ายต่างทักทายกันตามมารยาท ก่อนที่คุณจางจะพูดถึงเรื่องสำคัญที่นัดออสตินมาวันนี้
                ฉันก็ไม่ได้อยากจะนัดนายมาคุยเพื่อให้มีอารมณ์หรอกนะ และเข้าใจด้วยว่าอาการของมาร์คจะไปเร่งรัดอะไรไม่ได้
                เข้าเรื่องเลยก็ดีเหมือนกันครับ เราจะได้ไม่เสียเวลาทั้งคู่ ไหนๆ ก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมาแล้ว ผมก็อยากจะพูดหน่อยว่า จริงอยู่ที่มาร์คเป็นคนเซ็นสัญญานั้น แต่คนที่พวกคุณช่วยชีวิตไว้ก็คือผม ไม่ใช่มาร์ค และอีกอย่างหนึ่งนะครับ มาร์คเองก็ช่วยชีวิตคุณไว้เหมือนกัน
                นายจะยกเลิกสัญญา? ”
                ถ้าทำได้ ผมคงทำไปแล้ว แต่ผมรู้ว่าคุณคงไม่ยอม และผมรู้ด้วยว่าทำไมคุณถึงยื่นมือมาช่วยเรา ส่วนหนึ่งก็เพราะผู้หญิงที่นั่งตรงข้ามผมออสตินสบตากับเธอตรงๆ และบอกข้อเท็จจริงที่ผู้หญิงตรงหน้าอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำ
                และส่วนหนึ่งก็เพราะผลประโยชน์จากการแต่งงานในครั้งนี้ล้วนๆ ธุรกิจของคุณคงรอให้มาร์คฟื้นไม่น่าไหวนะครับ และผมก็ไม่ใช่คนเลวร้ายขนาดที่จะยกเลิกสัญญาที่น้องชายผมทำ แต่ถ้าคุณอ่านสัญญานั้นดีๆ จะพบว่ามาร์คไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ
                ออสติน คุณคงไม่…”
                ผมยินดีจะแต่งงานแทนมาร์ค แต่การแต่งงานจะเกิดขึ้นเมื่อน้องชายผมฟื้น แต่คุณไม่ต้องห่วงนะ เรื่องบริษัทของคุณ ผมจะช่วยก่อนที่มาร์คจะฟื้นแน่นอน ถือว่าตอบแทนที่ช่วยชีวิตผมไว้ ส่วนชีวิตคุณก็แลกกับอิสระของน้องชายผมแล้วกัน
                ฉันไม่ยอม! หลินคุนที่นั่งเงียบมานาน ลุกขึ้นเผชิญหน้ากับออสตินที่จะออกจากห้องอาหารก่อน
                แล้วจะเอายังไง เธอจะรอให้มาร์คฟื้นมาแต่งงานกับเธอ มันจะฟื้นเมื่อไหร่หลินคุนนึกอยากจะกรี๊ดใส่หน้าผู้ชายตรงหน้าที่ยามนี้ไม่ได้วางตัวเป็นปกติกับเธอ ออสตินตรงหน้าคือออสตินคนที่เธอเคยเจอในครั้งแรกต่างหาก
                ไหนๆ ก็รอให้มาร์คฟื้นแล้วถึงจะมีงานแต่งเกิดขึ้น ทำไมไม่รอให้มาร์คตัดสินใจด้วยตัวเองล่ะว่า อยากจะรับผิดชอบสิ่งที่เขาสัญญาไว้หรือเปล่า? ”
                เธอแน่ใจเหรอว่ามาร์คมันจะตอบตกลง ในเมื่อมันมีคนในใจแล้ว? ”
                ตอนนี้เด็กคนนั้นก็กลับบ้านไปแล้วไม่ใช่หรือไง? ” ออสตินหรี่ตามองผู้หญิงตรงหน้าก่อนจะเบนสายตาไปที่ใบหน้าพ่อของเธอคนนี้
                เพิ่งจะรู้ว่าเรื่องในบ้านผม คุณจางก็สนใจ
                หลินคุนกลับมานั่งที่เดี๋ยวนี้ อย่าเสียมารยาทกับคุณออสตินคุณจางลุกจากเก้าอี้มาคว้าข้อมือลูกสาวให้กลับไปนั่งที่
                ผมให้เวลาพวกคุณตัดสินใจ แล้วอาทิตย์หน้าผมจะรอฟังคำตอบ หวังว่าจะเป็นคำตอบที่น่าพอใจสำหรับทุกฝ่ายนะครับออสตินพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินออกมา โดยที่ไม่สนใจสายตาของสองพ่อลูกนั่น
                ทำไมออสตินจะไม่รู้ว่าการช่วยชีวิตเขาครั้งนั้น มีเรื่องของผลประโยชน์แอบแฝง ไม่มีใครช่วยอะไรกันฟรีๆ อยู่แล้ว แต่เพราะสภาพของเขามันไม่เอื้ออำนวยจริงๆ และกว่าจะรู้เรื่องที่มาร์คทำลงไป เขาก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว
                พูดกันตรงๆ ออสตินไม่ได้จริงจังกับการแต่งงานอยู่แล้ว เขารู้ว่าคุณจางเองก็สนใจแค่เรื่องธุรกิจของตัวเอง ส่วนเรื่องแต่งงานกับมาร์ค เพราะลูกสาวถูกใจมาร์คเข้าพอดี ทุกอย่างมันเลยเหมือนลงล็อก
                ใช้เขาเป็นเหยื่อล่อ ให้มาร์คตอบตกลงแต่งงาน เพื่อให้ลูกสาวได้สามีที่เธอหลงรัก และเขาก็ได้ประโยชน์จากการแต่งงานเพราะมาร์คคงไม่มีทางให้ธุรกิจของพ่อตาล่มแน่ๆ
                ออสตินไม่ใช่คนที่ไม่รู้จักบุญคุณคน และไม่คิดที่จะเอาเงินมาฟาดหัวใครเพื่อชีวิตเขาที่อีกฝ่ายช่วยเหลือไว้ มันมีค่ากว่าเงินพวกนั้น ที่ออสตินสนใจคืออิสระของมาร์คต่างหาก ชีวิตเขากับชีวิตมาร์คมันคนละคนกัน อีกฝ่ายช่วยชีวิตเขาเอาไว้ ตราบใดที่เขายังไม่ตาย ถ้าอยากได้สิ่งตอบแทนจากการช่วยเพื่อหวังผลในครั้ง ก็มาเอาที่เขา มันไม่ได้เกี่ยวกับมาร์คสักนิด
                มาร์คไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตทั้งชีวิตมาผูกติดกับใครทั้งนั้น ยิ่งเป็นคนที่ตัวเองไม่ได้รัก มาร์คควรได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการบ้าง
                ส่วนชีวิตคู่ของเขา เขาสนใจที่ไหนกัน ในเมื่อมาร์คคงชอบเด็กคนนั้นมากๆ ก็คงไม่มีทายาทแล้ว ยังไงเขาก็ต้องแต่งงานกับผู้หญิงสักคนเพื่อมีทายาทมารับหน้าที่ตรงนี้แทน เพราะฉะนั้นเป็นหลินคุนก็ไม่เสียหายอะไรเท่าไหร่ ยังไงก็คุ้นเคยกันอยู่แล้ว
                ไว้แต่งเข้ามาเมื่อไหร่ ก็ค่อยให้มาร์คไปดูแลทุกอย่างต่อจากเจย์และเรียกเจย์กลับมาก็แค่นั้นเอง
                นายจะกลับบ้านเลยหรือแวะไปหาคุณมาร์คอีกรอบก่อนมั้ยครับ? ”
                กลับเลย จะไปหามาร์คทำไมบ่อยๆ
                ครับนาย
My Brother
                ออสตินใช้ชีวิตเหมือนเดิมในทุกวัน ไปทำงาน แวะไปเยี่ยมมาร์ค และกลับบ้าน ทุกอย่างกลายเป็นความเคยชินไปหมด แต่วันนี้กลับต้องมารับแขกที่มาเยือนถึงบ้าน
                มาทำไม? ”
                ผมแวะมาเยี่ยมครับ แล้วก็จะมาถามคุณด้วยว่า พี่มาร์คอยู่ที่ไหนออสตินปรายตามองของเยี่ยมที่แบมแบมเอามาก่อนจะเบนสายตากลับมาจ้องหน้าคนตัวเล็กที่สูงไม่ถึงไหล่เขา
                ฉันไม่มีอะไรจะบอกนาย แล้วก็เอาของๆ นายกลับไปด้วย ไม่ส่งนะออสตินเดินออกจากห้องรับแขกไปเลย ทิ้งให้แบมแบมได้แต่ยืนอึ้งอยู่กับไบรอัน
                เพิ่งมาถึงเหรอครับคุณแบม ผมว่าคุณขึ้นไปพักก่อนดีกว่าครับ ห้องของคุณ พ่อบ้านทำความสะอาดให้อยู่ตลอดไบรอันเป็นคนนำทางแบมแบมขึ้นไปด้านบน ระหว่างทางก็คอยถามไถ่แบมแบมเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกกดดันจนเกินไป
                พักผ่อนให้สบายใจก่อนเถอะครับ พรุ่งนี้เช้าค่อยไปคุยกับคุณออสตินอีกที
                คุณไบรอันไม่รู้เหรอครับว่าคุณออสตินเอาพี่มาร์คไปไว้ที่ไหน
                ผมตอบคำถามของคุณไม่ได้จริงๆ ครับ ต้องขอโทษด้วย
                ถ้าผมไม่ถามถึงสถานที่ คุณตอบผมได้ไหมครับว่าพี่มาร์คยังมีชีวิตอยู่มั้ย? ”
                อย่าถามถึงเรื่องนี้เลยครับคุณแบม คุณพักผ่อนเถอะนะครับ ผมขอตัวก่อนไบรอันไม่อาจจะทนมองใบหน้าน่าสงสารของแบมแบมได้นาน
                แบมแบมมาที่นี่คนเดียว ทั้งๆ ที่ไม่เคยเดินทางไปไหนมาด้วยตัวเอง ถึงจะมีคนแอบติดตามมา แต่พอก้าวเท้าเข้าบ้านหลังนี้ แบมแบมไม่ต่างอะไรกับลูกแกะตัวเล็กๆ ที่ก้าวเข้ามาในถ้ำของราชสีห์ ไบรอันเลยอดที่จะเห็นใจไม่ได้เลยสักนิด
                แบมแบมพยายามสืบทั้งอย่างเปิดเผย และคอยแอบเข้าไปในห้องของมาร์ค แต่ก็ไม่ได้อะไรเพิ่มเติมเลยสักนิด ความพยายามตลอดหลายปี ไม่มีทางสั่นคลอนออสตินได้เลยแม้แต่น้อย การมาที่นี่ของแบมแบมเลยเหมือนการกลับมาพักบ้านญาติ แม้การเจอหน้าออสตินจะไม่เคยได้รับประโยคดีๆ กลับมาก็ตาม แต่ไม่ว่าแบมแบมจะออกไปไหน ทำอะไร ออสตินก็ให้คนมาดูแลตลอด
                การมาของแบมแบมอยู่ในสายตาของหลินคุนตลอด แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่เธอจะเข้าหาผู้ชายคนนี้ได้ ส่วนสาเหตุของการกีดกันในครั้งนี้คงหนีไม่พ้นผู้ชายตรงหน้าเธอ
                ออสติน มันจะมากเกินไปแล้วนะ
                ฉันไปทำอะไรให้เธอไม่ทราบ? ”
                นายอย่ามาตีหน้าตาย นายก็รู้อยู่แล้วว่านายทำอะไร? ”
                งั้นเธอก็ควรรู้ว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ด้วย คิดจะไปหาแบมแบม ทำไปทำไม ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยนะว่าผู้หญิงฉลาดๆ แบบเธอจะเป็นบ้าได้ขนาดนี้เพราะมาร์คน่ะ
                ฉันบ้าตรงไหน ฉันแค่ทำในสิ่งที่ฉันควรจะทำ ถึงนายจะตกลงกับพ่อเรื่องงานแต่งของเรา แต่ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ยอม ฉันไม่ได้อยากแต่งกับนาย นายอยากแต่งงาน เพื่อผลิตทายาทให้ตระกูลก็ไปหาผู้หญิงคนอื่น ฉันไม่ยินดีที่จะแต่งงานกับนาย
                แล้วหน้าฉันดูยินดีที่จะแต่งกับเธอหรือไงกัน ถ้าเธอไม่อยากแต่งงานกับฉันก็ไปบอกพ่อเธอสิ แต่มันจะไม่มีทางมีงานแต่งของเธอกับมาร์คเกิดขึ้นเหมือนกัน
                นายแน่ใจได้ยังไงว่ามาร์คจะไม่ฟื้นมารับผิดชอบเรื่องที่เขาทำ
                ฉันแน่ใจ เพราะคนที่มาร์ครัก ไม่ใช่เธอยังไงล่ะ เรื่องอื่นมาร์คอาจจะทำทุกอย่างตามเหตุและผลนะ แต่เรื่องนี้ ฉันแน่ใจว่าน้องชายฉันไม่มีทางทำอะไรที่ฝืนใจตัวเอง ไม่อย่างนั้น ในสัญญามันคงระบุไปแล้วว่ามาร์คจะแต่งกับเธอ
                พวกนายสองพี่น้องเจ้าเล่ห์จริงๆ เลยนะ
                ช่วยไม่ได้ พ่อเธอเป็นคนตกลงเอง คนที่เธอควรจะไปตะโกนโวยวายใส่หน้าน่ะ มันคือพ่อเธอ ไม่ใช่ฉัน แล้วถ้าวันหลังจะมาเพื่อตะโกนใส่หน้าฉันอีก ระวังตัวไว้ว่าจะไม่ได้กลับออกไป ไบรอันส่งแขก
                เชิญครับคุณหนูจาง
                ฝากไว้ก่อนเถอะออสติน เรื่องนี้ไม่จบลงง่ายๆ แน่
                ออกไปหลินคุนเดินกระแทกเท้าจากไปด้วยความไม่พอใจเต็มเปี่ยม
                จะให้จัดการยังไงต่อไปดีครับ
                เธอไม่บอกแบมแบมหรอกว่ามาร์คมันยังมีชีวิตอยู่ ที่เธออยากเจอแบมแบมคงจะจัดฉากสร้างหลุมศพปลอมๆ ให้แบมแบมตัดใจมากกว่า นายแค่กันไม่ให้เธอเจอกับแบมแบมและห้ามให้ข่าวปลอมถึงมือเด็กนั่นก็พอ
                นายครับ เรื่องแต่งงานถ้านายกับคุณหนูจางไม่อยากให้มันเกิดทั้งคู่ ผมว่านายลองคุยกับคุณจางให้ยกเลิกดีมั้ยครับ
                ธุรกิจของคุณจางยังไม่มั่นคงพอ เงินก่อนนั้นแค่ทำให้ทุกอย่างมันไม่แย่ลงเท่านั้น ยังไงการแต่งงานกับเราก็ทำให้เขาอยู่รอดได้อย่างสบายใจ เขาไม่มีทางยกเลิกสัญญานี้ง่ายๆ
                นายเองก็เอ็นดูคุณหนูจางอยู่ไม่ใช่เหรอครับ รับเธอเป็นน้องสาวบุญธรรม และเมื่อไหร่ที่เธอตัดใจจากคุณมาร์คได้ ค่อยให้เธอแต่งงานไม่ดีกว่าเหรอครับ
                นายคิดว่าทำไมฉันถึงอยากแต่งงานกับหลินคุนกันไบรอัน
                ผมไม่ทราบครับ
                เงินที่ฉันเสียไป ฉันไม่ยอมเสียไปฟรีๆ หรอกนะ ที่ฉันไม่รวบทุกอย่างมาไว้ในมือ ก็เพราะเห็นแก่ที่ช่วยชีวิตฉันไว้ และกันไม่ให้หลินคุนไปตอแยกับมาร์คด้วย ให้เป็นพี่สะใภ้มันคงจะดีกว่าเป็นน้องสาวบุญธรรมเป็นไหนๆ
                แต่แบบนี้ไม่เท่ากับทำร้ายคุณหนูจางเหรอครับนาย
                เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราต้องคิดเหรอไบรอัน มันเป็นหน้าที่เธอกับพ่อของเธอต่างหาก ถ้าคิดสักนิดที่จะไม่ฉวยโอกาสตอนเราล้ม ฉันไม่มีทางทำแบบนี้แน่นอน จำเอาไว้นะ คนอย่างพวกเรา ต่อให้ล้มยังไงก็ไม่มีทางให้ใครมาเหยียบซ้ำหรอก
                ออสตินไม่เคยไว้ใจใครมาตลอด ตอนที่เขารู้ว่าใครช่วยชีวิต ไม่ใช่เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายช่วยเหลือเขาเพราะอะไร อย่าลืมว่าก่อนที่จะเกิดเรื่อง เขาก็ให้คนไปสืบเรื่องครอบครัวนี้เอาไว้เหมือนกัน การช่วยเหลือเขาในวันนั้น มันมีข้อแลกเปลี่ยน แค่ตอนนั้นเขายังไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรจากเขากันแน่
                แต่พอวันที่เกิดเรื่องขึ้นกับมาร์ค เขาถึงได้รู้ถึงจุดประสงค์ที่แน่ชัดของอีกฝ่าย คุณจางต้องการจะยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ได้ทั้งลูกเขยที่ดีแบบมาร์ค ได้ทั้งคนมาแบกรับธุรกิจที่กำลังประสบปัญหานี้ด้วย
                ไบรอันออกจากห้องทำงานของออสตินไปก็กลับเข้ามาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีเท่าไหร่นัก
                เกิดอะไรขึ้นกับมาร์ค!? ”
                ไม่ครับ คุณมาร์คปลอดภัยดี เป็นฝั่งคุณหนูจางต่างหากครับที่กำลังเกิดเรื่อง
                แล้วเกี่ยวอะไรกับพวกเรา
                เหมือนข่าวเรื่องนายกับคุณหนูจางจะหลุดไปครับ ก็เลยมีคนฉวยโอกาสลอบทำร้ายเธอ แต่ตอนนี้คุณหนูจางปลอดภัยดีแล้วครับ นายจะให้ผมจัดการกับพวกมันยังไงดี
                ไม่ได้เกิดกับเรานี่ ส่งไปให้พ่อเธอจัดการสิ
                แต่ว่าคุณจางในตอนนี้…”
                ใครเป็นเจ้านายแกไบรอัน
                ครับนาย
                แล้วตอนนี้หลินคุนอยู่ที่ไหน? ”
                ผมพาเธอไปพักที่เซฟเฮาส์เราแล้วครับ
                ใครสั่ง? ”
                ก็...ก็ไม่ใช่ว่าต้องพาเธอไป…”
                เธอเป็นเจ้านายแกแล้วเหรอไบรอัน? ”
                เปล่าครับ
                ส่งตัวเธอกลับไป
                แต่นายครับ เธอเดือดร้อนก็เพราะเรานะครับ? ”
                เพราะเรา? เราเป็นคนปล่อยข่าวหรือไง? ไปจัดการกับคนปล่อยข่าว และอย่าให้ข่าวนี้หลุดออกไปเด็ดขาด โดยเฉพาะข่าวของมาร์ค เรื่องนี้ต่างหากที่นายต้องใส่ใจไบรอัน!
                ครับนายไบรอันเดินออกจากห้องไปไม่นาน ออสตินก็เดินออกจากห้องทำงานของตัวเองบ้าง
                นายจะไปหาคุณมาร์คมั้ยครับ
                ไปเซฟเฮ้าส์
                ได้ครับนายคนขับรถไม่กล้าชักช้า และรู้ด้วยว่าที่ๆ เจ้านายตัวเองจะไปคือเซฟเฮ้าส์หลังไหน
                ประตูรั้วเปิดออกเผยให้เห็นต้นไม้สูงใหญ่ยาวไปตลอดทาง ความสูงของมันสามารถพรางสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ภายในได้เป็นอย่างดี
                หลินคุนยังอยู่ข้างในบ้าน ทันทีที่บอดี้การ์ดเห็นว่าผู้มาเป็นใครก็รีบต้อนรับและนำทางไปจนถึงห้องๆ หนึ่งที่อยู่ด้านในสุด
                ไล่คนออกไปให้หมดเพียงไม่กี่นาที เหล่าบอดี้การ์ดที่กระจายตัวอยู่ไม่ห่างจากห้องนี้ก็หายไปหมด ออสตินเคาะประตูห้องเป็นมารยาทไม่กี่ครั้งก็เปิดเข้าไป ไม่รอให้คนข้างในเอ่ยปากอนุญาต
                หลินคุนที่นั่งอยู่ที่โซฟาเกือบตวาดที่อีกฝ่ายเสียมารยาท ถ้าไม่เห็นว่าคนที่เข้ามาเป็นใครเสียก่อน
                ก็ปกติดีนี่ กลับบ้านของเธอไปได้แล้วมั้ง
                นายจะไม่รับผิดชอบอะไรหน่อยเหรอออสติน
                รับผิดชอบ? ฉันเป็นคนสั่งให้คนไปลอบยิงเธอหรือไง ถึงต้องรับผิดชอบเธอน่ะ
                แต่ต้นเหตุของเรื่อง มันเกิดมาจากนาย!!
                แน่ใจ?” คำถามสั้นๆ จากออสตินก็ทำให้หลินคุนไม่กล้ายืนยัน เพราะเธอรู้ดีว่า อะไรที่ออสตินไม่ได้ทำ คนตรงหน้าไม่มีทางยอมรับเด็ดขาด
                ถ้าเธอกลัวตายจริงๆ ก็บอกให้พ่อเธอหาบ้านให้เธอสักหลัง จ้างคนมาดูแลเธอเพิ่มสิ
                นายกำลังเยาะเย้ยฉันอยู่หรือเปล่าออสติน นายก็รู้ว่าตอนนี้บ้านฉันกำลังเจอปัญหา พ่อจะจัดการเรื่องพวกนี้ได้ยังไง? ”
                แล้วทำไมฉันต้องจัดการในสิ่งที่ฉันไม่ได้ก่อ เรื่องนี้ที่มันหลุดออกไป ไม่มีทางที่หลุดมาจากคนของฉัน กลับไปถามพ่อเธอเอาเองดีกว่าว่ามันหลุดจากใคร และอีกอย่างนะ ถ้าเธอไม่พาตัวเองออกมาหาฉัน เป็นเป้าล่อพวกมัน เธอจะหนีหัวซุกหัวซุนแบบนี้หรือเปล่า
                ฉันกับพ่อทำอะไรก็ผิดไปหมด ไม่เหมือนนายเลยสินะ ทำอะไรก็ดีไปหมด
                กลับไปได้แล้ว แล้วถ้ายังรักชีวิตเธออยู่ก็อย่าเที่ยวออกไปไหนโดยที่ไม่มีใครดูแล
                แล้วฉันจะเอาคนดูแลมาจากไหนเล่า คนพวกนั้นกับคนที่ดูแลฉันฝีมือต่างกันราวกับฟ้ากับเหวขนาดนั้น ฉันขอยืมคนของนายก่อนได้หรือเปล่า
                แล้วถ้าฉันไม่ให้ล่ะ? ”
                นายต้องให้อยู่แล้ว ถ้านายยังอยากมีเจ้าสาว
                ขู่ฉันเหรอ? ”
                หรือนายคิดว่าแต่งให้คนอื่นแล้วมันดีกว่าฉันกัน ฉันรู้นะว่าที่นายแต่งกับฉัน ไม่ใช่เพราะบุญคุณที่พ่อฉันช่วยชีวิต แต่นายจะเอาบริษัทของพ่อฉันด้วย
                ฉันควรดีใจที่เธอกลับมาฉลาดดีไหมนะ
                นายอย่ามากวนประสาทฉัน เอาคนของนายมาให้ฉันด้วยพูดจบก็เดินชนไหล่ออสตินออกจากห้องไป
                ทั้งชีวิตของหลินคุน ไม่เคยต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงขนาดนี้ แล้วข่าวการแต่งงานของเธอกับตระกูลต้วน ไม่รู้ว่ามันขยายเป็นวงกว้างขนาดไหนแล้ว และถ้าเธอยังโง่ตามราวีเด็กคนนั้น รอคอยให้มาร์ค ต้วนฟื้นโดยที่ไม่มีคนของออสตินดูแล ไม่เท่ากับเธอตายฟรีหรือไง สู้อาศัยฐานะว่าที่เจ้าสาวของออสติน ให้อีกฝ่ายหาคนมาคุ้มครองเธอกับพ่อ ไม่ดีกว่าหรือไง
                ไหนๆ งานแต่งก็จะถูกจัดขึ้นหลังจากมาร์คฟื้น ถึงตอนนั้น เธอค่อยหาวิธีเปลี่ยนตัวเจ้าบ่าวก็ยังไม่สาย
                ส่งคนตามไปคุ้มครองเธอกับพ่อด้วยก็แล้วกัน เอาแค่ไม่ตาย ไม่พิการก็พอ ให้สองพ่อลูกรู้บ้างว่าคิดจะมาเป็นเจ้าสาวฉัน ชีวิตเธอต้องเจอกับอะไรบ้าง
                ได้ครับนาย
My Brother
                ออสตินไม่รู้ว่ารอฟังข่าวดีจากหมอมานานเท่าไหร่ แต่ไบรอันรู้ดีว่าพอเจ้านายรู้เรื่องมาร์คที่อาการดีขึ้นและฟื้นแล้วก็ทิ้งทุกอย่างตรงหน้าและรีบไปโรงพยาบาลในทันที
                แกไม่ได้แกล้งความจำเสื่อมใช่ไหมมาร์คคำถามรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ที่ไบรอันได้ยินออสตินถามมาร์คที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง
                แกก็ได้ยินจากหมอแล้วไม่หรือไง? ” มาร์ครับรู้แค่ว่าคนตรงหน้าเป็นพี่ชายตัวเองและรู้แค่ว่าตัวเองชื่ออะไรเพราะออสตินบอก ความจำอย่างของมาร์คกลับไม่หลงเหลืออยู่เลย
                เอาเถอะ ฟื้นมาก็ดี จะได้ไม่สิ้นเปลืองค่ารักษา
                อืม
                อยากได้อะไรเพิ่มก็บอกปีเตอร์แล้วกัน หมอนี่เป็นคนของนาย
                เข้าใจแล้ว
                ฉันกลับล่ะ
                อืม
                ไบรอันคิดว่านี่คือการทักทายกันที่ดูสงบสุขที่สุดตั้งแต่ออสตินกับมาร์คได้เจอกัน และเป็นวันที่ออสตินอารมณ์ดีที่สุดในรอบหลายปี
                ดีใจด้วยนะครับนายที่คุณมาร์คฟื้นแล้ว
                อย่าเพิ่งรีบดีใจ ยังไม่รู้เลยว่าจะลุกขึ้นมาทำงานให้ได้เมื่อไหร่
                แต่ก็ยังดีกว่าคุณมาร์คไม่ได้สติไม่ใช่เหรอครับ แล้วนี่เราจะกลับบ้านเลยมั้ยครับ หรือนายอยากไปไหนต่อ
                เรื่องนี้ อย่าให้ใครรู้ ฉันไม่อยากให้ใครฉวยโอกาสตอนที่มันยังจำอะไรไม่ได้ เข้าใจใช่ไหมไบรอัน
                ครับนาย ผมจะกำชับปีเตอร์เอาไว้
                มาร์คหายดีเมื่อไหร่ ค่อยเรียกเจย์กลับมา
                ได้ครับนาย นายครับจะให้ผมบอกเรื่องนี้กับคุณแบมแบมมั้ยครับ
                ไม่ต้อง มาร์คจำใครไม่ได้สักคน เด็กคนนั้นจะมาหรือไม่มาเยี่ยมก็ไม่มีผลอะไรกับมาร์คอยู่แล้ว อีกอย่าง ฉันไม่อยากให้มีเรื่องอะไรมากวนใจมาร์คมากเกินไปในช่วงนี้ ถึงเวลาที่มาร์คพร้อมเมื่อไหร่ เดี๋ยวก็ได้เจอกันเอง
                ครับนาย
                ถ้าออสตินสั่งให้เก็บเป็นความลับ ไม่มีใครกล้าให้เรื่องอาการของมาร์คหลุดออกไปสักคน มาร์คถึงได้รักษาตัวจนหายดี ทำกายภาพบำบัดจนสามารถเคลื่อนไหวได้เป็นปกติ หมอถึงอนุญาตให้กลับบ้านได้
                ความทรงจำของมาร์คไม่กลับมา ออสตินก็ไม่ได้เร่งเร้าอะไร และก็ไม่คิดจะสร้างความทรงจำใหม่ให้มาร์คด้วย ให้มาร์ครู้ว่าตัวเองเป็นน้องของเขา มีสิทธิ์ทุกอย่างเท่าเทียมกับเขา มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบก็พอ
                กว่ามาร์คจะกลับเข้ามาทำงานก็เข้าสู่ปีที่สองตั้งแต่แบมแบมย้ายกลับไปอยู่ที่ไทย มาร์ครับรู้เรื่องสัญญาที่เคยทำไว้กับคุณจางตามความจริง แต่เขาไม่ได้คิดจะตอบตกลงเรื่องแต่งงานแทนออสติน เพราะออสตินบอกว่าจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง มาร์คเลยกลับมารับผิดชอบงาน แต่เป็นงานที่ทำอยู่เบื้องหลังออสตินทั้งนั้น
                เดี๋ยวบินไปดูงานที่ไต้หวันครั้งนี้ นายจะถือโอกาสพักผ่อนก็ตามใจ
                ไม่อยากจะเชื่อว่าจะได้ยินคำพูดนี้จากปากพี่ชายตัวเอง
                ทำไม? แกคิดว่าฉันจะใช้แกจนตายรึไง
                แล้วแกไม่ลาพักร้อนบ้างเหรอ? ”
                ฉันรอแกกลับมาก่อนค่อยคิดเรื่องนั้น
                ตามใจแก ฉันก็ถามเป็นมารยาทไปอย่างงั้น แกไม่หยุดงานก็ดี ฉันจะได้ไม่ต้องไปทำงานแทนแก
                แกควรเรียนรู้มันเอาไว้บ้าง ยังไงอีกไม่นานแกก็ต้องไปรับผิดชอบฝั่งเอเชีย แกจะทำงานอยู่หลังเงาฉันไปตลอดไม่ได้หรอกนะมาร์ค
                บ่นเป็นคนแก่ไปได้ แกก็รู้ว่าฉันไม่ชอบงานที่ต้องเจอใคร
                แกหนีไปไม่ได้ตลอดหรอกมาร์ค
                งั้นแกก็รีบแต่งงานซะสิ จะได้มีคนมาเรียนรู้งานที่อยู่ในมือแก
                ไม่ใช่แกที่เป็นคนต้องแต่ง พูดง่ายจริงๆ นะ
                ช่วยไม่ได้ก็แกบอกเองว่าจะรับผิดชอบเอง
                รู้แบบนี้ ฉันน่าจะให้แกรับผิดชอบซะก็ดี
                ไม่ทันแล้วพี่ชาย แกลงทุนไปมากกับธุรกิจของครอบครัวนี้ คนอย่างแกไม่ช่วยใครฟรีๆ หรอก
                แล้วไง ฉันอาจจะใจดี ยกให้แก ยกให้หลานก็ได้นี่ ถึงยังไงก็ตกอยู่ในมือคนในตระกูลอยู่ดี
                มันไม่มีทางอื่นแล้วเหรอวะ จริงๆ ฉันว่ามันไม่ยุติธรรมกับเธอและเด็กเลยสักนิด แกแค่ต้องการลูก แต่แกไม่ต้องการแม่ ทำแบบนี้ หลานฉันจะไม่มีปมใช่ไหมวะ
                แล้วเราสองคนมีใครดูแลครบทั้งพ่อและแม่หรือไง
                แกเองก็เคยเจอเหตุการณ์ที่อยู่กับพ่อ แกก็น่าจะเข้าใจที่สุดไม่ใช่หรือไงว่ารู้สึกยังไง ฉันว่าหลินคุนเองก็ไม่ได้แย่ แกก็ลองเปิดใจให้เธอหน่อยเป็นไง
                เปลี่ยนจากฉันไปเป็นแก ไม่ง่ายกว่าหรือไง ยังไงหลินคุนก็ชอบแก
                แต่ฉันไม่ได้ชอบเธอไง
                แล้วฉันดูเหมือนชอบเธอหรือไงเล่า
                ก็บอกแล้วว่าให้แกเปิดใจ
                แกก็เปิดใจบ้างสิ
                ฉันไม่ใช่ว่าที่สามีในอนาคตของเธอซะหน่อย ทำไมต้องเปิดใจกัน
                ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ต่อให้มาร์คจำอะไรไม่ได้ แต่ไบรอันคิดว่าฝีปากของมาร์คยังคงไม่ธรรมดาเหมือนเดิม และยังคงเป็นเพียงคนเดียวที่กล้าต่อปากต่อคำกับออสตินอย่างถึงพริกถึงขิงอีกต่างหาก
                คุยกับแกนานๆ แล้วเสียเวลาชีวิตชะมัด ฉันไปเก็บของก่อนดีกว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องบินแต่เช้า
                คิดว่าฉันอยากนั่งมองหน้าแกนานๆ หรือไง จะไปไหนก็รีบไปเถอะ
                จบบทสนทนา ต่างฝ่ายต่างก็แยกย้ายไปทำธุระของตัวเอง ออสตินมีคุยงานที่โรงแรมแห่งหนึ่งจนถึงค่ำ และไม่คิดด้วยว่าตัวเองจะมาเจอกับว่าที่เจ้าสาวของตัวเองก่อนจะกลับ
                ออสตินไม่ได้คิดจะเข้าไปทักทายอะไร เขาเตรียมตัวจะกลับ ถ้าอีกฝ่ายจะไม่เรียกเอาไว้ก่อน
                ออสติน นายมีธุระต่อที่ไหนหรือเปล่า?”
                ทำไม?”
                ช่วยไปส่งฉันที่บ้านหน่อยสิ
                ฉันไม่ใช่แท็กซี่นะ ไม่มีรถมารับก็ไปเรียกแท็กซี่เอาสิ
                ฉันไม่เคยนั่งแท็กซี่
                วันนี้ก็ลองนั่งดูซะสิ
                นายนี่มันแล้งน้ำใจจริงๆ เลยนะ
                เธอน่าจะรู้ตั้งนานแล้วพูดจบก็เดินไปที่รถที่ขับเข้ามาจอด ไบรอันที่ไม่ได้รับคำสั่งจากออสตินเลยปิดประตูรถทันทีที่ออสตินไปนั่งด้านในเรียบร้อย
                นายครับ ผมว่ามันแปลกๆ
                ก็ไม่เห็นมีอะไรน่าแปลก กลับบ้านเถอะ ถ้าคนที่ส่งไปดูแลเธอไม่ได้ก็โยนให้แร้งกินเถอะ
                ออสตินปิดเปลือกตาลงช้าๆ เขาทำเพียงแค่พักสายตามาตลอดทาง แต่การเคลื่อนที่ของรถทำให้คิ้วเข้มเริ่มขมวดเข้าหากัน เสียงดังที่เกิดขึ้นไม่ไกล เป็นเสียงที่ออสตินคุ้นเคยเป็นอย่างดี มือเรียวจับปืนข้างเอวแน่น ก่อนจะได้ยินดังติดๆ กันดังขึ้นมาอีก
                ใคร?”
                ไม่แน่ใจเท่าไหร่ครับนาย
                จัดการได้หรือเปล่า
                ไม่น่าจะเหลือบ่ากว่าแรงเท่าไหร่ครับ แต่ทางนั้น ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง
                ทำเท่าที่ไหวแล้วกันกระจกทางฝั่งออสตินถูกลดลงก่อนที่ปืนสั้นในมือจะเปลี่ยนเป็นปืนยาวที่ติดรถเอาไว้ตลอด
                สั่งคนของเราจัดการให้เรียบร้อยรถคันข้างหลังเริ่มห่างออกไปไกล ออสตินถึงพาตัวเองกลับมานั่งตามเดิม
                ยังไม่ต้องกลับบ้านออสตินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความผ่านเสียงให้กับมาร์ค เล่าเหตุการณ์ที่เจอให้ฟังสั้นๆ แต่ได้ใจความ
                รถของออสตินเลี้ยวเข้ายังลานจอดรถของตึกเก่าที่เรียกได้ว่าแทบจะทรุดโทรม ก่อนที่ประตูเลื่อนจะเลื่อนปิดลง
                ออสตินเปิดประตูไม้ออก กดรหัสหกตัวที่ตัวเองตั้งไว้
                นายอยากกินอะไรไหมครับ
                ยังก่อน ฉันอยากรู้ว่าเป็นฝีมือใคร
                ผมสั่งคนให้ไปจัดการแล้วครับ ส่วนทางคุณหนูจาง นายจะให้ผมส่งกำลังเสริมไปไหมครับ
                ไม่ต้องไบรอันทำได้แต่พยักหน้าและรอฟังข่าวอีกทางอยู่ตลอด
                ตอนนี้ฝั่งคุณหนูจาง สลัดพวกที่ตามมาหลุดแล้วครับ นายจะให้พาเธอไปที่ไหนดีครับ
                ที่เดิม
                ได้ครับ แล้วคืนนี้นายจะค้างที่นี่ใช่ไหมครับ ผมจะให้คนไปเก็บห้องข้างบน
                ได้ งานวันพรุ่งนี้ให้มาร์คจัดการไปก่อน
                คุณออสตินครับ คุณหนูจางขอเรียนสายครับ
                ไม่คุย พรุ่งนี้ค่อยคุย
                แต่ว่าเธอบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยกับนายครับ
                คนอื่นบอกว่าสำคัญก็สำคัญแล้วงั้นเหรอ? ”
                เข้าใจแล้วครับนายออสตินรับโน้ตบุ๊กจากไบรอันมาทำงานต่อ ก่อนที่คนสนิทจะส่งสายตาให้คนที่ถือโทรศัพท์เข้ามาหลบออกไปก่อน
                หลินคุนพยายามอดทนแล้วอดทนอีก เธอไม่คิดว่าตัวเองเป็นคนมีความอดทนต่ำแต่อย่างใด แต่จากการโดนตามล่ามาสองครั้งสองครา ยังไม่นับที่โดนแอบสะกดรอยตามอีก เธอแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว
                เธอรู้ดีว่าต่อให้เธอคบกับมาร์ค เธอก็หนีไม่พ้นอยู่ดีกับชีวิตแบบนี้ เพราะฉะนั้น จะเป็นมาร์คหรือออสตินมันก็ไม่ต่างกันหรอก และยิ่งข่าวของมาร์คไม่มีหลุดออกมาเลยว่าอีกฝ่ายเป็นยังไงบ้าง เธอยิ่งคิดว่าเธอกำลังจะเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงเกินไปที่อยากจะครอบครอง อยากเอาชนะ ผู้ชายที่แม้แต่ไม่ได้สนใจเธอ ไม่เห็นเธอในสายตา หรือเห็นค่าของเธอเสียด้วยซ้ำ
                แต่จะถอนตัวจากเรื่องทุกอย่างไปในตอนนี้ มันก็สายไปแล้ว เธอไม่มีเงินมากมายมาคืนออสติน และคนอย่างออสตินเสียเงินแล้ว ไม่มีทางเอาคืนแค่เงินแน่ๆ ถ้าออสตินเอาทุกอย่างไป ชีวิตของเธอกับพ่อจะไม่เหลือทรัพย์สินอะไรอีก
                แต่เธอจะต้องทิ้งชีวิตต่อจากนี้ให้ผู้ชายแบบออสตินที่ให้เธอทำหน้าที่แค่ผลิตลูก เธอก็ทำไม่ได้จริงๆ
                แต่เรื่องความรู้สึก มันจะเปลี่ยนกันแค่วันสองวันก็ไม่ได้ แต่ชีวิตของเธอยังต้องอยู่ต่อ เพราะฉะนั้น ออสตินต้องร่วมรับผิดชอบไปกับเธอ เธอไม่มีทางวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนแบบนี้ไปตลอดแน่ๆ
                ออสติน ฉันต้องการให้นายหาคนที่ดีที่สุดมาสอนฉันยิงปืนและป้องกันตัว
                ต้องการ? แล้วเกี่ยวอะไรกับฉัน เธอมีสิทธิ์อะไรมาออกคำสั่งกับฉันมิทราบ? ”
                แล้วฉันต้องทำยังไง นายถึงจะยอมทำตามคำขอร้องของฉัน
                เธอคิดว่าแค่จับปืนเป็น ออกหมัดได้ แค่นี้จะรอดเหรอ? ”
                แล้วฉันต้องทำยังไง ฉันยอมทำตามที่นายต้องการก็ได้ ขอแค่นายช่วยหาคนมาสอนฉันให้รู้จักป้องกันตัวเองได้ก็พอ ฉันไม่อยากทิ้งชีวิตของฉันเพราะเพียงแค่ฉันจะเป็นเจ้าสาวของนายแน่ๆ
                กว่าจะคิดได้ ก็เกือบตายเป็นรอบที่สองแล้วเนอะ แต่ช่างเถอะ ถ้าเธออยากเรียนจริงๆ ฉันจะหาให้ก็ได้ แต่ถ้าเธออยากจะฝึกเรื่องพวกนี้จริงจัง เธอก็ต้องย้ายออกจากบ้านเธอและตั้งใจฝึกอย่างจริงจัง เปลี่ยนใจไม่ได้แล้วนะ
                ฉันนอนคิดมาแล้วทั้งคืน ไม่มีทางเปลี่ยนใจง่ายๆ แน่นอน
                ก็ดี งั้นก็เริ่มจากวันนี้เลย ไบรอัน พาคุณหนูจางไปหาอาจารย์
                วันนี้เลยเหรอ? ”
                ทำไม? หรือเธอจะเปลี่ยนใจก็ได้นะหลินคุนเห็นสายตาแกมดูถูกจากอีกฝ่าย มีหรือที่เธอจะยอม เธอไม่มีวันยอมแพ้ง่ายๆ แน่ เพราะถ้าเธอยอม ก็เท่ากับเธอได้ตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง
                ฉันไม่มีทางเปลี่ยนใจ
My Brother
                ใครจะรู้ว่าเวลาจะผ่านไปเร็วขนาดนี้ อีกไม่นานมาร์คก็จะบินไปอยู่ไทยแล้ว ไบรอันอดเสียดายไม่ได้ที่บ้านหลังใหญ่คงจะเงียบเหงาอีกแล้ว ถ้ามาร์คไม่อยู่
                ที่ให้ไปจัดการเรียบร้อยดีใช่ไหม? ”
                ครับนาย ผมปิดข่าวเรื่องที่คุณมาร์คจะไปเรียบร้อยแล้วครับ นายไม่ต้องห่วงเจย์ได้กลับมาทำหน้าที่ในตำแหน่งเดิมของตัวเองแบบเต็มตัวสักที การทำหน้าที่บกพร่อง ข้างกายมีคนของศัตรูแฝงตัวอยู่แบบที่เขาไม่รู้ ถือเป็นความผิดใหญ่และเป็นบทเรียนไปอีกนาน
                แล้วตอนนี้มาร์คอยู่ไหน ทำไมมันยังไม่ลงมากินข้าวอีก
                ฉันอยู่นี่แล้ว หิวก็ไม่รีบกินไปก่อนวะ หรือถ้าไม่ได้เห็นหน้าฉันแล้วกินข้าวไม่ลงกันน่ะพี่ชาย
                แกเลิกพูดจาชวนอ้วกสักที นั่งลงและกินข้าวได้แล้ว ฉันมีเรื่องที่จะคุยกับแกอีกเยอะก่อนแกจะบินไปมาร์คยอมนั่งลงและเลิกกวนอารมณ์พี่ชายตัวเอง ทั้งคู่คุยเรื่องสำคัญกันจริงจังราวสองชั่วโมง ออสตินถึงได้ออกจากบ้าน
                หลินคุนมองออกไปด้านนอกรถ อีกไม่นานแล้วการแต่งงานระหว่างเธอกับออสตินก็จะเริ่มต้นขึ้น การใช้ชีวิตคู่ที่เธอไม่เคยวาดฝันไว้และไม่คิดจะคาดหวังอะไรกำลังจะเกิดขึ้น
                5 ปีแล้วที่ชีวิตเธอต่างคนต่างวนเวียนในชีวิตของกันและกัน แต่อยู่กันแบบไม่มีสถานะอะไร ออสตินทำแต่งาน เธอเองก็เข้าไปดูแลบริษัทของพ่อเกือบจะเต็มตัว และวันนี้เธอจะต้องบินไปดูบริษัทอีกแห่งที่ไทย เป็นบริษัทที่เปิดได้ไม่นาน ซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่าออสตินคิดอะไรอยู่ ถึงยอมให้เธอไปยังดินแดนของเด็กคนนั้น คนรักของมาร์ค หรือจะเพราะข่าวการแต่งงานของเราที่เริ่มหลุดออกมา หลังจากที่มันถูกปิดเงียบมาตลอดห้าปี
                หลินคุนเดินเข้าสนามบินพร้อมกับพี่เลี้ยงของเธอที่จะตามไปดูแล วันนี้ออสตินไม่ได้ส่งคนมารับ ซึ่งเธอก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรกับการปฏิบัติของออสตินมานานแล้ว ผู้ชายคนนี้เดาใจได้ที่ไหนกัน
                แต่สิ่งที่หลินคุนไม่คาดคิดก็คือการมาเจอใครอีกคนที่หน้าคล้ายออสติน แต่ไม่ใช่ออสติน และดูเหมือนอีกฝ่ายจะรอเธออยู่
                ไปเถอะมาร์คไม่ได้พูดกับเธอแต่พูดกับคนสนิทของเขาต่างหาก
                หลินคุนไม่เคยตั้งคำถามกับการทำงานของออสติน แต่เธอไม่เคยคิดว่าการเก็บความลับของคนบ้านนี้จะมีประสิทธิภาพขนาดนี้ เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามาร์คฟื้นแล้ว
                จริงอยู่ที่เธอสงสัยว่าทำไมออสตินถึงตกลงเรื่องแต่งงานกับพ่อเธอไม่กี่เดือนก่อน แต่เธอไม่คิดว่าเป็นเพราะมาร์คฟื้น และดูท่าทางเมื่อกี้แล้ว มาร์คไม่ได้เหมือนคนที่หายจากการพักฟื้น แต่มาร์คเหมือนฟื้นมาตั้งนานแล้ว
                ออสตินกำลังเล่นอะไรกับเธอกันแน่ แล้วตอนนี้ออสตินไปไหน ทำไมมีแค่มาร์คกับเธอที่บินไปที่ไทย ออสตินคิดจะทำอะไรกันแน่
                ขอโทษนะ ฉันขอถามหน่อย ออสตินไปไหน
                คุณออสตินไม่ได้บินไปกับเราครับ งานเปิดตัวโรงแรมครั้งนี้ คุณมาร์คเป็นคนบินไปครับ
                แล้วมาร์คหายป่วยตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
                นานแล้วครับ
                นานเท่าไหร่
                “3 ปีเสียงของมาร์คดังขึ้นเหนือศีรษะทำให้หลินคุนต้องหันไปมอง
                พวกนายสองพี่น้องหลอกฉันมาตลอดสามปีเลยน่ะเหรอ? ”
                ฉันไม่ได้หลอกเธอ คนที่ตั้งเงื่อนไขรอฉันฟื้นถึงจะแต่งงาน มันพี่ชายฉันต่างหาก อย่าเหมารวม
                แต่นายก็รับรู้ไม่ใช่หรือไง
                รับรู้แล้วยังไง ในเมื่อมันไม่ใช่เรื่องของฉัน
                พวกนายนี่มันโคตรใจร้ายเลย
                แล้วใครกันที่คิดเอาชีวิตที่อยู่ระหว่างเป็นหรือตายมาแลกเปลี่ยนกับเงินและชีวิตการแต่งงานของลูกสาว คนที่ใจร้ายไม่ใช่พวกฉัน แต่เป็นพ่อเธอต่างหาก และพวกเธอเองก็ยอมรับข้อเสนอของออสตินที่จะรอฉันฟื้น แต่ไม่ได้ระบุเวลาว่าจะรอฉันฟื้นมาแล้วกี่ปีหลินคุนไม่สามารถเถียงอีกฝ่ายได้ ตลอดระยะเวลาห้าปีหาเงินมาใช้หนี้ออสติน แต่ออสตินกลับให้เธอและพ่อจ่ายดอกเบี้ยด้วย เงินที่ยืมมาไม่มีวันลดลง แต่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นตลอด แล้วเธอจะเอาเงินจากไหนมาให้เจ้าหนี้หน้าเลือดแบบนี้กัน
                เธอทำใจเรื่องแต่งงานกับออสตินมาแล้วแท้ๆ แต่ไม่คิดว่าจะมาเจอมาร์คในเวลานี้ และเมื่อต้องมารู้ความจริงว่ามาร์คฟื้นตั้งนานแล้ว แต่ออสตินไม่จัดงานแต่งงานกับเธอเพื่อที่จะได้รีบหย่าขาดต่อกันสักที กลับรอมานานขนาดนี้ อีกฝ่ายต้องการแกล้งเธอ ทรมานเธอชัดๆ
                การบินมาไทยหลายชั่วโมงทำให้หลินคุนเหนื่อยล้าต่างจากมาร์คที่ทันทีที่เท้าแตะพื้นสนามบินก็เข้าบริษัทเลย จากไปแบบไม่บอกไม่กล่าว เหมือนกับแค่คนร่วมทางกัน ทิ้งเธอเอาไว้กับเหล่าบอดี้การ์ดให้พาเธอกลับโรงแรม
                งานเปิดตัวโรงแรมของออสตินจัดขึ้นวันไหน? ” หลินคุนถามคนสนิทของตัวเอง
                อีกสองวันค่ะ
                ให้คนไปสืบหน่อยว่าแขกที่จะมามีเด็กคนนั้นหรือเปล่า
                ได้ค่ะๆคนสนิทของเธอหายไปไม่นานก็สืบข่าวมาได้
                หลินคุนใช้เวลาบนเครื่องบินกับการสืบข่าวของแบมแบมมาเท่าที่พอจะหาได้ เธอเชื่อว่าเรื่องของมาร์คไม่ใช่แค่เธอที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายฟื้น เพราะแบมแบมก็ไม่น่าจะรู้เช่นเดียวกัน จากคำสัมภาษณ์เรื่องส่วนตัวของเด็กคนนี้ ดูเหมือนจะเฝ้ารอใครอีกคนให้กลับมา ซึ่งใครคนนั้น เธอเดาได้ไม่ยากหรอก
                คุณแบมแบมจะไปร่วมงานด้วยค่ะ
                ฉันจะไปงานนี้
                คุณหนู!?”
                ฉันเชื่อว่าไม่ใช่แค่ฉันที่ไม่รู้ข่าวของมาร์ค เด็กคนนั้นเองก็ไม่รู้ข่าวนี้เหมือนกัน และไม่ว่าจะเพราะอะไร ถ้าทำให้สองคนนี้ทะเลาะกันได้ ถือว่าคุ้มที่ฉันถูกหลอกมาสามปีเต็มแล้ว รีบให้คนเร่งปล่อยข่าวการแต่งงานของฉันออกไป แต่ไม่ต้องบอกนะว่าคนไหนที่ฉันจะได้แต่งด้วย
                ได้ค่ะคุณหนู
                ออสตินได้แต่ฟังสิ่งที่เกิดขึ้นที่ไทยจากคำบอกเล่าจากไบรอัน มุมปากบางยกยิ้มกับสิ่งที่ได้ยิน ต่างจากไบรอันและเจย์ที่รู้สึกเห็นใจแบมแบมที่คล้ายกับโดนหลอกจนป่วยเข้าโรงพยาบาล
                นายครับ ผมว่าแค่ให้คุณแบมแบมรอมาห้าปี มันก็นานเกินไปแล้วนะครับ จะใจร้ายให้คุณแบมรับข่าวแบบผิดๆ ไปอีกเหรอครับ
                ก็ไม่ใช่พวกมึงรีบจัดการปล่อยข่าวเรื่องเจ้าบ่าวตัวจริงของหลินคุนแล้วหรือไง
                ขอโทษครับนายไบรอันกับเจย์เกือบยืนไม่อยู่ เมื่อได้รับสายตาเหี้ยมเกรียมจากเจ้านายตัวเองที่พวกเขาแอบทำอะไรลับหลังไป
                ครั้งนี้หลินคุนเล่นเด็กคนนั้นแสบใช่ย่อย ยังมีเยื่อใยกับไอ้มาร์คอยู่หรือไงกัน
                ผมว่าไม่ได้มีเยื่อใยอะไรหรอกครับ เธอแค่อยากแก้แค้นพวกคุณ แต่ทำอะไรพวกคุณไม่ได้ คุณแบมเลยรับเคราะห์แทน
                แล้วไอ้มาร์คเป็นไงบ้าง?”
                เหมือนวันนั้นที่คุณแบมแบมไปดักเจอหน้าที่พัก หลังจากวันนั้นก็ให้ปีเตอร์สืบข่าวคุณแบมแบมมาครับ
                หนีกันไม่พ้นจริงๆ สินะ
                นายอย่าขัดขวางเลยนะครับ
                ถึงกูสั่งให้พวกนั้นสร้างข้อมูลเท็จให้มาร์ค พวกมึงยอมทำหรือไงไบรอันกับเจย์ไม่กล้าตอบ
                เรื่องของสองคนนั้น ต่อจากนี้ไม่ต้องใส่ใจแล้ว มาร์คจะคบหรือไม่คบเด็กคนนั้นก็เรื่องของมัน
                ขอบคุณครับนายไบรอันกับเจย์ขอบคุณออสตินแทนมาร์คที่จะเลิกทรมานจิตใจคนทั้งคู่เสียที
My Brother
                ชุดสูทสีขาวถูกออกแบบและตัดเย็บมาอย่างดี ถูกนำมาสวมลงบนร่างของเจ้าบ่าวที่กำลังจะเข้าพิธีมงคลในอีกไม่ช้า แต่ใบหน้าปิตียินดีกลับไม่มีให้เห็นเลยสักนิด ทำเอาช่างแต่งหน้า ช่างทำผม ไม่กล้าส่งเสียงดังเพื่อไม่ให้ทำให้เจ้าบ่าวเกิดรำคาญและส่งกลับบ้านเก่ากันจนกระทั่งเสียงเคาะประตูที่ดังขัดจังหวะห้องที่ตกอยู่ในความเงียบมาเนิ่นนาน
                แกพร้อมหรือยังออสตินร่างของน้องชายที่ใบหน้าละม้ายคล้ายกัน และสีหน้ายังไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ด้วย ทำให้คนทั้งห้องพากันตั้งคำถามว่าไม่รู้ว่างานแต่งนี้มีใครยินดีบ้าง
                ถ้าบอกว่าไม่ แกจะแต่งแทนฉันมั้ยล่ะ
                แน่นอนว่าไม่
                ก็แค่งานๆ หนึ่งเท่านั้น มีอะไรยากกัน
                ปากดีให้ได้ตลอดเถอะ ถ้าเสร็จแล้วก็ออกมาได้แล้ว จะรอให้เจ้าสาวมารับตัวแกหรือไงคำพูดของมาร์คทำเอาคนในห้องกลั้นหายใจไปตามๆ กัน เพราะไม่เคยมีใครกล้าต่อล้อต่อเถียงกับออสติน ต้วนได้
                รอไม่ได้ก็ไม่ต้องแต่ง
                งั้นแกก็ไปประกาศยกเลิกเอาเอง
                แกก้รู้ว่าทำแบบนั้นได้ที่ไหนกัน ฉันยังไม่ได้กำไรกับสิ่งที่ลงทุนไปเลยนะน้องชายมาร์คได้แต่ถอนหายใจก่อนจะกระชากแขนพี่ชายให้ตามออกมาขึ้นรถไปยังโบสถ์
                หลินคุนมองตัวเองในชุดเจ้าสาวที่ตัวเองออกแบบด้วยตัวเอง ถึงแม้เธอจะไม่ได้ยินดีกับการครั้งนี้ของตัวเอง แต่เธอก็ขอได้ทำในสิ่งที่เธอฝันเอาไว้ คือได้ใส่ชุดเจ้าสาวที่เธอพอใจที่สุด เพราะไม่รู้เลยว่าเมื่อไหร่ออสตินจะยอมปล่อยเธอไป
                ใกล้ได้พิธีแล้วค่ะพี่เลี้ยงของเธอประคองเธอมาหาผู้เป็นพ่อ
                พ่อขอโทษนะหลินคุนที่ทำให้ลูกต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้
                ถ้าเขาได้ในสิ่งที่เขาต้องการแล้ว หนูคิดว่าไม่นานหรอกค่ะ หนูคงได้เป็นอิสระค่ะ
                ประตูโบสถ์ถูกเปิดออกพร้อมกับที่เธอก้าวเข้าไปด้านในพร้อมผู้เป็นพ่อ ภายในโบสถ์มีเพียงคนสนิทของเธอกับพ่อแค่ไม่กี่คนเท่านั้น ฝั่งออสตินเอง ถ้าไม่นับบอดี้การ์ดคนสนิท ก็มีแค่มาร์คและแบมแบมที่อยู่ข้างกันตลอด ต่างจากเธอที่กำลังจะเข้าพิธีกับผู้ชายที่ไม่รู้ว่านอกจากน้องชายตัวเองแล้วจะรักใครได้อีกหรือเปล่า
                ความเย็นที่นิ้วนางข้างซ้ายทำให้เธอดึงสติกลับมา แม้ไม่คิดจะอยากจำว่าตัวเองได้แต่งงานกับออสตินแล้ว แต่นิ้วนางข้างซ้ายที่มีแหวนเพชรจับจองอยู่ก็ทำให้ทุกคนรู้แล้วว่าเธอแต่งงานกับออสตินแล้วจริงๆ
                จบพิธีตามศาสนา ออสตินกับเจ้าสาวอย่างหลินคุนก็เข้าห้องต่างคนต่างจัดการกับตัวเอง ไม่ได้พูดคุยอะไรกัน ก่อนที่ออสตินจะสั่งให้ไบรอันขับรถกลับมาที่บ้านของตัวเอง
                มาร์คและแบมแบมขมวดคิ้วให้กับภาพที่เห็น เมื่อเจ้าบ่าวที่เพิ่งเข้าพิธีแต่งงาน เดินเข้าบ้านมาคนเดียว
                แกกลับบ้านมาทำไม? ”
                กลับมานอนไง
                แล้วหลินคุนล่ะ? ”
                ก็อยู่บ้านนั้นไง
                อย่าบอกนะว่าแกจะแยกกันอยู่น่ะ
                แล้วทำไมฉันต้องไปอยู่ด้วย
                แกทำแบบนี้ แกไม่สงสารเธอหน่อยเหรอวะ
                ฉันก็ทำตามที่ตกลงกันไว้แล้วไง อยากให้แต่งงานฉันก็แต่งให้แล้ว
                ถ้าแกจะทำแบบนี้ ทำไมไม่รีบแต่งกับเธอตั้งแต่ฉันยังไม่ฟื้นแล้วก็รีบหย่ากับเธอซะ ให้เธอรอมาได้ตั้งนานทำไมกัน
                ไม่มีเหตุผลอะไร นอกจากฉันไม่อยากแต่ง ก็เลยยืดเวลาออกมาก็เท่านั้น
                งั้นแกจะหย่ากับเธอเมื่อไหร่? ”
                แทนที่แกจะเอาเวลามากังวลเรื่องฉัน สนใจคนของแกไปเถอะออสตินพูดจบก็เดินกระแทกไหล่มาร์คขึ้นห้องทำงานของตัวเองไป
                คู่นี้จะไปกันรอดมั้ยครับพี่มาร์คแบมแบมอดที่จะกังวลแทนไม่ได้ และที่น่ากังวลกว่าคือจิตใจของหลินคุนที่ต้องอยู่กับคนอย่างออสตินนี่แหละ
                ไม่กี่เดือนต่อมา หลินคุนกับต้องเจอข่าวร้ายเมื่อพ่อของเธอล้มป่วย และบริษัทของเธอในตอนนี้กำลังปั่นป่วน สองเรื่องใหญ่ๆ ในชีวิตทำให้หลินคุนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ เธอรู้สึกว่าโลกทั้งใบกำลังจะถล่มลงมาต่อหน้าต่อตา
                ฉันว่าฉันก็ให้คนจ่ายค่าไฟตลอดนะ เธอจะนั่งในห้องมืดๆ ไปทำไมกันออสตินเข้ามาก็กดเปิดไฟในบ้านทันที ทำให้หลินคุนที่นั่งอยู่ที่โซฟากลางบ้านมานานรับรู้แล้วว่าข้างนอกค่ำแล้ว
                นายมาทำไม
                ก็นี่บ้านฉัน ทำไมฉันจะมาไม่ได้
                ก็จริงของนายหลินคุนยิ้มโง่ๆ กับตัวเอง ซึ่งสำหรับคนนอกมันเป็นรอยยิ้มที่น่าสงสารที่สุดและไม่เหมาะกับใบหน้าของหญิงสาวเลยสักนิด
                อยากให้ฉันช่วยอะไรไหม
                เงินที่นายเคยให้มา ฉันยังใช้คืนไม่หมด จะให้ฉันสร้างหนี้อีกหรือไง? ”
                ฉันไม่ได้ให้เธอยืมเงิน แต่ให้ยืมคนต่างหาก สภาพเธอตอนนี้จะจัดการปัญหาอะไรได้ ฉันจะให้คนของฉันเข้าไปจัดการเรื่องในบริษัทเธอให้ ระหว่างนี้เธอก็ไปดูแลพ่อเธอซะ พร้อมเมื่อไหร่ ค่อยกลับไป
                เรื่องที่เกิดขึ้นกับฉัน ไม่ใช่ฝีมือนายใช่ไหมออสติน
                หมายความว่ายังไง?”
                ก็ที่บริษัทฉันเป็นแบบนี้ เป็นเพราะแผนของนายไงที่จู่โจมตอนที่พ่อฉันป่วย คิดจะเอาบริษัทฉันไปใช่ไหม
                ถ้าจะยึดบริษัทเธอ ฉันไม่รอมานานถึงห้าหกปีหรอก ถ้าจะทำ ฉันทำไปนานแล้ว และก็ไม่มานั่งปั่นหน้า เสนอคนของตัวเองไปช่วยเธอหรอก แทนที่จะมาจับผิดฉัน แบ่งสมองของเธอไปคิดถึงคนที่เธอไว้ใจมากที่สุดจะดีกว่า
                หมายความว่ายังไง!?”
                ซองเอกสารถูกวางลงตรงหน้าของหลินคุนให้เธอแกะเปิดดูด้วยตัวเอง ให้เธอเข้าใจทุกอย่างว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวเลวร้ายในชีวิตของเธอทั้งหมด
                หลินคุนไม่อยากจะเชื่อเพราะเธอไม่คิดว่าพ่อของเธอกับพี่เลี้ยงของเธอจะมีความสัมพันธ์ลับๆ กัน และสิ่งที่อีกฝ่ายทำลงไปก็เพื่อแก้แค้นเธอกับพ่อ
                เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพี่เลี้ยงของเธอ คนที่เธอไว้ใจมากที่สุดจะอยู่เบื้องหลังทั้งหมด ทั้งวางยาพ่อเธอจนเริ่มป่วย ทั้งเป็นคนสร้างเรื่องในบริษัทของเธอ และพูดให้เธอคิดว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้น เกิดจากออสติน
                ไม่จริง
                ไม่เชื่อก็เรื่องของเธอ ฉันให้เวลาเธอคิดอีกสองสามวัน ถ้าเธอจะจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองแล้วให้ทุกอย่างมันพังลงต่อหน้าต่อตาเธอก็เรื่องของเธอ
                เดี๋ยว! ฉันยอมเชื่อนาย เรื่องบริษัทนายให้คนของนายจัดการได้เลย
                ก็แค่นี้
                หลินคุนพาตัวเองกลับไปอยู่ที่บ้านเพื่อดูแลพ่อที่ล้มป่วยได้เต็มที่ ระหว่างนี้เธอก็คอยคุยงานกับคนที่ออสตินส่งมาช่วยจนทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง
                หลินคุน
                คะ?”
                รู้ไหมว่าทำไมพ่อถึงวางตัวออสตินจะมาเป็นสามีของลูก และไม่เคยคิดจะยกเลิกงานแต่งงานของลูกกับออสตินเลย
                เพราะออสตินเป็นคนเก่งมั้งคะ
                ที่พ่ออยากให้ลูกแต่งงานกับออสติน ไม่ใช่เพราะเขาเก่งแต่เรื่องงานหรอกนะ จริงๆ แล้ว ผู้ชายคนนี้ไม่ได้เลวร้ายจนรับไม่ได้ ออสติน เขาเป็นคนแข็งนอกอ่อนใน เป็นคนที่จิตใจดีมากคนหนึ่ง พ่อเคยคิดว่าถ้าเขาเป็นคนรักของลูกพ่อ และรักลูกพ่อ เขาจะดูแลและปกป้องลูกของพ่อได้ พ่อสามารถฝากลูกสาวที่พ่อรักมากที่สุดไว้ในมือเขาได้อย่างวางใจ
                แต่หนูกับเขาไม่ได้รักกันนี่ค่ะ
                นี่คือสิ่งที่ทำให้พ่อรู้สึกผิดกับลูกมากที่สุด เพราะต่อให้ออสตินดียังไง เก่งมากแค่ไหน แต่ถ้าเขาไม่รักลูกสาวพ่อ ก็ไม่มีประโยชน์อะไร พรุ่งนี้พ่อจะคุยเรื่องหย่าของลูกกับเขา บริษัทที่พ่อสร้าง เรายกให้เขาเถอะลูก พ่อมีเงินเก็บอยู่ก้อนหนึ่งน่าจะพอให้ลูกใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างสบาย
                เพราะผ่านนาทีเฉียดเป็นเฉียดตายมา ความตายมันใกล้แค่เอื้อม ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่และได้มีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองเลือกได้ เท่านั้นก็คุ้มค่าแล้ว แต่สิ่งที่เขาเลือกให้ลูกสาว สิ่งที่คิดว่าดีที่สุดแล้ว มันไม่ใช่ความสุขของหลินคุนเลย ไม่ว่าจะผ่านมานานกี่ปี หลินคุนก็ไม่เคยมีคามสุขกับสิ่งที่เขาเลือกให้
                 ถึงเวลาแล้วที่เขาต้องให้ลูกสาวได้เลือกในสิ่งที่ลูกต้องการ ไม่ใช่เลือกดำเนินชีวิตตามที่เขาคิดว่ามันดีสำหรับลูก
                แต่ออสตินจะยอมเหรอคะพ่อ เขาไม่ได้อยากได้แค่บริษัทเรา แต่เขาอยากได้เด็กคนหนึ่งที่เกิดจากเขาและหนู
                แล้วถ้าหนูคลอดลูกออกมา หนูจะทิ้งลูกของตัวเองได้เหรอหลินคุน เพราะฉะนั้นพ่ออยากให้หนูรีบพาตัวเองออกมา พ่อไม่อยากให้หนูเสียใจไปมากกว่านี้แล้ว ห้าปีที่ผ่านมา มันบอกแล้วว่าเรื่องของความรู้สึก มันฝืนกันไม่ได้จริงๆ
                หลินคุนควรจะดีใจสิ เธอควรจะดีใจที่ได้ยินว่าตัวเองกำลังจะได้รับอิสระ ได้ความโสดของตัวเองคืนมา ได้ใช้ชีวิตกับพ่อของเธอได้อย่างเต็มที่ แต่ทำไมภาพระหว่างเธอกับออสตินก็พรั่งพรูออกมาในหัวสมองของเธอ
                ตั้งแต่รู้จักกัน ความรู้สึกกับออสตินเหมือนคนๆ นี้เป็นพี่ชายที่เอ็นดูเธออยู่เหมือนกัน และมันก็เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อมีสัญญาแต่งงานเกิดขึ้น ออสตินไม่ได้เอ็นดูเธอเหมือนเดิม ไม่ได้พูดจากับเธอดีๆ แต่ทุกครั้งที่เกิดเรื่องกับเธอ ออสตินกับเป็นคนแรกที่ยื่นมือมาช่วย
                เธอยังจำภาพที่ปืนจ่อกลางหน้าผากเธอได้ติดตา เพียงแค่ไม่กี่วินาทีวิญญาณของเธอคงหลุดออกจากร่างแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะออสตินเข้ามาช่วยเธอได้ทัน และดึงตัวเธอไปหลบอยู่ด้านหลังของเขาแทน วันนั้นเธอคงถูกพรากลมหายใจไปแล้ว
                เหตุการณ์ครั้งล่าสุดแม้ไม่ใช่เธอที่เฉียดเข้าใกล้ความตาย แต่เป็นคนที่เธอรักมากที่สุด และบริษัทที่พ่อเธอสร้างกำลังจะพังลงทั้งๆ ที่อยู่ในมือเธอ ในช่วงเวลาที่เธอไม่มีสติ ทำอะไรไม่ถูก ผู้ชายคนนี้กลับเข้ามาจัดการทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทาง
                เธอไม่รู้ว่าระหว่างเธอกับออสตินมันคืออะไร จะเรียกออสตินว่าผู้มีพระคุณของเธอ ก็คงจะได้ และถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ สิ่งหนึ่งที่ออสตินอยากได้และเธอคงจะตอบแทนเขาได้ก็เหลือเพียงเรื่องเดียว
                หลินคุนไม่เคยไปที่บ้านหลังใหญ่ของออสติน เธอเคยไปแต่ที่ทำงานของออสติน ตอนนี้เธอถึงได้โผล่มาที่นี่เพื่อมาคุยกับออสติน
                เธอมาทำอะไรที่นี่
                ฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย
                เรื่องอะไร?”
                ลูกของนาย


My Brother

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น