วันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2562

ตอนพิเศษ JackJae

JackJaes Special




                แจ็คสันยังจำได้ ครั้งแรกที่เจอกัน มันเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่สำหรับยองแจ
                ไม่ใช่ว่าเขาไปทำอะไรให้ยองแจไม่พอใจหรอกนะ แต่เป็นตอนที่เขากับแบมแบมไปเจอยองแจอยู่กับลูกติดแม่เลี้ยงจอมอันธพาลต่างหาก
                เขาถึงได้รู้ว่าภายใต้ใบหน้าใสซื่อและความขยันของยองแจซ่อนอะไรที่โหดร้ายเอาไว้มาก ยองแจอดทน ขยันทำงานหนักก็เพื่อให้ตัวเองพาพ่อหลุดพ้นจากสภาพขุมนรกของจากแม่เลี้ยงและพี่ชายที่มีคดียาวเป็นพรวน
                ครั้งที่สองที่เราเจอกันคือคืนหนึ่งที่คลินิก เขากลับไปคลินิกด้วยความเคยชิน ลืมไปว่ามีคนย้ายเข้ามาอยู่ ยองแจที่คิดว่าเขาเป็นโจร ตอนนั้น เขาเกือบถูกตีจนศีรษะแตก
                คนบ้าอะไร ทั้งแรงเยอะ ทั้งมือหนักชะมัด ขนาดทำแผลให้เขายังไม่รู้จักเบามือเลยสักนิด   
                “ไม่กินข้าวหน่อยเหรอยองแจ
                “ไม่เอาแล้วครับพ่อ สายแล้ว ต้องรีบไปแล้วพูดพลางเอาแซนด์วิชเข้าปากและยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู ยองแจเร่งฝีเท้าวิ่งลงจากบันได แต่คนตรงหน้ากลับเดินเอ้อระเหยเสียเหลือเกิน และบันไดก็ไม่ใช่กว้าง จะรีบวิ่งลงไปก็คงล้มลงไปกองกันที่พื้นพอดี
                “คุณหมอครับ ผมขอทางหน่อยครับ
                “อีกไม่ถึงชั่วโมง นายจะไปยังไง?”
                “เดี๋ยวผมเรียกวินมอเตอร์ไซค์ไปครับ
                “”ไปด้วยกันเถอะน่า” แจ็คสันฉดมือยองแลงจากบันไดจนยองแจเกือบตกบันได เสียงโวยวายของยองแจกลายเป็นสีสันในชีวิตที่ทำให้คุณหมออารมณ์ดีในทุกเช้าไปแล้ว ถ้าไม่ได้แกล้งยองแจ ดูเหมือนคนหมอจะกินข้าวไม่อิ่ม
                “คุณหมอจอดข้างหน้าก็ได้ครับ เดี๋ยวผมไปต่อเอง
                “ไม่เอาอ่ะ เสียเวลา
                “นี่คุณ!
                “ยังไงโรงพยาบาลกับทางไปบริษัทพ่อผมก็ทางเดียวกัน คุณไปลงแถวนั้นไม่ใกล้กว่าหรือไง อีกอย่างกว่าจะนั่งรถเมล์ไปต่อรถไฟฟ้าก็ไม่น่าจะทัน หรือคุณจะลงกลางถนนล่ะ?”
                “โอเคๆ ผมยอมคุณแล้ว ก็ใครจะไปคิดว่าคุณจะใจดีให้ผมติดรถไปด้วย” 
                “ฉันทำไปเพราะฉันเป็นคนดียองแจได้แต่มองท่าทางน่าหมั่นไส้นั่นอย่างเอือมระอา ยอมสงบปากสงบคำแต่ก่นด่าในใจเงียบๆ มาตลอดทาง
                “คนพวกนั้นยังมาก่อกวนนายกับคุณลุงอยู่รึเปล่า
                “กับผมน่ะไม่มีหรอก แต่กับพ่อ เธอยังส่งข้อความหรือไม่ก็โทรมาขอเงินพ่ออยู่
                เรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ที่ยองแจยังแก้ไม่ได้ เพราะพ่อของเขาไม่ได้ขอเงินจากเขาโดยตรง พ่อเอาเงินส่วนตัวที่พอมีอยู่บ้าง โอนเงินให้ทางนั้นเพราะความสงสารหรืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งยองแจไม่อยากกดดันพ่อมาก ถึงยังไม่เคยพูดอย่างจริงจังสักที
                “เรื่องค่าใช้จ่าย นายไม่ต้องกังวล มีเมื่อไหร่ค่อยเอาให้ฉัน ฉันไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินยองแจรู้ว่าแจ็คสันไม่ได้จะโอ้อวดอะไรกับเขา อีกฝ่ายกำลังหยิบยื่นน้ำใจให้เขาอยู่
                “ขอบคุณคุณมากครับ
                “ฉันส่งแค่ตรงนี้นะ จะใกล้กับรถไฟฟ้ามากกว่า
                “ขอบคุณนะคุณหมอ
                “บอกแล้วว่าไม่ต้องเกรงใจ มันเป็นสิ่งที่คนดีๆ อย่างฉันควรจะทำพูดดีได้ไม่นานก็กลับมากวนประสาทอีกแล้วคุณหมอคนนี้ ยองแจล่ะเหนื่อยใจจริงๆ
JackJae’s Special
                “พรุ่งนี้ตอนเช้าจะมีนักเรียนมาผมที่นี่นะครับคุณลุง ยังไงก็ฝากเปิดประตูให้หน่อยนะครับ เขาชื่อมาร์คนะครับลุง
                “ได้ครับๆ
                “นายจะติดรถฉันไปทำงานรึเปล่ายองแจคุณหมอหนุ่มถามคนที่นั่งฟังตรงข้ามที่ยังยุ่งกับงานในโน้ตบุ๊กตั้งแต่เขาลงมา
                “ไปครับๆ
                “มีประชุมเช้าเหรอ?”
                “ครับ
                “ช่วงนี้ดูนายทำงานหนักมากเลยนะ ป๊าฉันใช้งานนายหนักขนาดนั้นเลยเหรอ?”
                “มันเป็นปกติแหละครับ ไม่ได้หนักอะไรหรอก
                “ตั้งแต่นายทำงานกับป๊าฉัน นายเคยลาพักร้อนบ้างหรือเปล่า
                “ผมไม่รู้จะลาไปไหน ทำงานก็สนุกดี อีกอย่างคุณฮันวอลก็ไม่ได้สั่งงานผมหนักหรอกครับ
                “นายควรพักบ้างนะ อย่างน้อยๆ ก็น่าจะลาเพื่อพาคุณลุงไปเที่ยวบ้าง
                สิ่งที่แจ็คสันพูด ทำให้ยองแจต้องหันไปมองคนเป็นพ่อที่อายุเริ่มมากขึ้นไปทุกที
                ตั้งแต่เขาเริ่มทำงาน และให้พ่อลาออกจากงานมาอยู่บ้าน พ่อก็อยู่แต่บ้านจริงๆ เมื่อก่อนตอนยังมีแม่เลี้ยง และพี่ชายที่เขาไม่อยากนับญาติคนนั้น การจะไปไหนมาไหนของพวกเราก็เป็นเรื่องยาก ยองแจไม่ถูกกับสองแม่ลูกนั้น และถ้าไปข้างนอกกับพ่อแค่สองคนก็จะเป็นเรื่องขึ้นมาอีก เลยตัดใจ ไม่ต้องไปไหนกันเลย และยองแจก็เคยชินกับการทำงานอยู่ตลอดจนลืมนึกเรื่องวันหยุดไปจริงๆ แม้ตอนนี้จะย้ายออกมาอยู่ที่นี่ ที่นับว่าสบายกาย สบายใจกว่าเมื่อก่อนขึ้นมากแล้ว ยองแจก็ยังไม่เคยขอลาหยุดยาวๆ เพื่อพาพ่อไปเที่ยวเลย
                “ขอบคุณที่เตือนครับ ผมจะลองยื่นใบลาดู
                “ไม่เป็นไร ที่ฉันพูดก็เพราะฉันเป็นห่วงคุณลุงต่างหาก
                “ครับๆ รู้แล้วล่ะครับคุณหมอยองแจก็ไม่รู้ทำไมถึงคุยดีๆ กับแจ็คสันได้ไม่ถึงห้าประโยคก็ไม่รู้ และแน่นอนว่าเขาไม่ใช่ฝ่ายที่ชอบกวนด้วย มีแต่คุณหมอคนนี้แหละที่ชอบกวนโอ๊ย
                ผ่านการประชุมที่แสนหนักหน่วงและช่วงมรสุมของการทำงานมาสักพัก ยองแจก็เปิดปฏิทินดูวันลาหยุดที่อยากพาพ่อไปเที่ยวต่างจังหวัดเสียหน่อย เขาวางแผนเลือกจังหวัดและสถานที่พักเอาไว้คร่าวๆ คิดเอาไว้ว่าจะเอาไปให้พ่อเลือกดู แล้วพอเจ้านายรู้ว่าจะลา ยังให้ส่วนลดที่พักในเครือของตระกูลอิมมาด้วย
                ยองแจกำลังจะเก็บกระเป๋ากลับบ้าน ถ้าไม่เกิดเรื่องอะไรบางอย่างขึ้นเสียก่อน
                อิม ฮันวอลได้รับโทรศัพท์จากคนสนิทว่าลูกชายคนโตพลาดท่าให้คู่อริ ตอนนี้ยังไม่พ้นขีดอันตราย ส่วนแจ็คสันก็รอฟังอาการของคนเป็นพี่ชายอยู่ที่ด้านนอก
                แจ็คสันยืนรอฟังข่าวจากหมอพร้อมกับคนสนิทของพี่ชาย วินาทีที่ประตูห้องเปิดออกมา ทันทีรู้ว่าพี่ชายพ้นขีดอันตราย แจ็คสันก็ถอนหายใจเงียบๆ แต่ใช่ว่าจะหายห่วง ยังไงๆ แจบอมก็คือพี่ชายแท้ๆ ของเขา เขาไม่ได้ไร้ความรู้สึกขนาดที่พี่ชายเพียงคนเดียวเจอเหตุการณ์เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายแบบนี้แล้วจะไม่รู้สึกอะไร
                รถยนต์ของคุณหมอเลี้ยวเข้าจอดหน้าคลินิก แจ็คสันก้าวขาขึ้นบันไดเหมือนปกติ แม้จิตใจของเขาในตอนนี้จะไม่ได้สงบดังเช่นปกติก็ตาม และแม้จะเหนื่อยมากแค่ไหน แต่ความเป็นน้องชายของเเจบอม ทุกครั้งที่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น มันไม่มีเลยสักครั้งที่ทำให้คนเป็นน้องหลับลง เสียงเปิดประตูของห้องข้างๆ ทำเอาคุณหมอที่กำลังจะเปิดประตูเข้าไปต้องหันไปมอง
                “ยังไม่นอนอีกเหรอ?”
                “ผมนอนไม่ค่อยหลับยองเเจตอบกลับคุณหมอด้วยความสัตย์จริง เขาเพิ่งคุยเรื่องไปเที่ยวในช่วงวันหยุดก่อนหน้านี้ไม่นาน แต่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่นัก สุดท้ายก็ต้องแยกย้ายไปนอนแล้วค่อยคุยกันวันหลัง แต่ไม่คิดว่าจะนอนมองเพดานจนกระทั่งแจ็คสันกลับมา
                “ฉันเสียงดังรึเปล่า? โทษทีนะแจ็คสันขอโทษด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง ไม่เหมือนปกติที่เจอกันในเวลานี้
                “คุณไม่ได้เสียงดังรบกวนอะไร ผมแค่กังวลใจ
                “กลัวพี่ชายฉันจะเป็นอะไรไปงั้นเหรอ?” ดูเหมือนข่าวนี้ของพี่ชายน่าจะถือเป็นข่าวใหญ่เลยก็ว่าได้ ถ้าเกิดแจบอมเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ มันไม่ได้ส่งผลแค่กับจิตใจเขา แต่ยังส่งผลกระทบหลายอย่างและส่งผลกระทบกับใครอีกหลายคน
                “ก็ส่วนหนึ่ง...แต่จริงๆ เมื่อกี้ผมเห็นสีหน้าและแววตาของคุณ ผม...รู้สึกไม่สบายใจเท่าไหร่แจ็คสันไม่ได้ตอบอะไร เขาเองก็รู้ตัวเองดีอยู่แล้ว
                ถึงแม้ปากจะบอกว่าอยากตัดขาดพี่ชายและผู้เป็นพ่อมากแค่ไหน แต่ในใจของแจ็คสันไม่มีวันไหนที่จะไม่เป็นห่วงคนที่เป็นครอบครัวของเขาได้เลย สายสัมพันธ์ที่ไม่มีวันตัดขาด มันทำให้เขา ไม่ได้กล้าที่จะเผชิญหน้ากับมันทุกครั้งที่ต้องมาเจอกับนาทีชีวิตของคนในครอบครัวแบบนี้
                แจ็คสันเกลียดความรู้สึกของการสูญเสีย ตั้งแต่เเม่ของเขาจากไป แจ็คสันก็ไม่อยากให้ตัวเองต้องมาเห็นใครต้องจากเขาไปอีก ถึงได้พยายามหลอกตัวเอง พาตัวเองออกจากบ้านที่มันต้อนรับการกลับไปของเขาเสมอ
                คุณหมอก็แค่ไม่อยากจะผูกพันกับใครอีก เพราะรู้ดีว่าหากต้องเสียใครสักคนไป คนที่เห็นความตายมานับไม่ถ้วนอย่างเขา คงไม่แข็งแรงพอที่จะฝืนหรือหลอกตัวเองให้เข้มแข็งได้
                “คุณเหนื่อยรึเปล่า?” ไม่รู้ว่าทำไมคำถามง่ายๆ ของคนที่เพิ่งรู้จักกันคล้ากับปิดสวิตซ์ภาพลักษณ์ที่เข้มแข็งของเขา แจ็คสันรู้สึกแค่อยากหาที่พักพิงไม่กี่วินาทีก็ได้ แล้วไหล่ของคนตรงหน้าก็คือที่พักพิงของคุณหมอในยามนี้
                ยองแจไม่ได้ตกใจที่คุณหมอกอดเขาเลย กลับยกมือลูบแผ่นหลังกว้างๆ ของคนที่พยายามเก็บความรู้สึกทุกอย่างเอาไว้ ลูบเบาๆ เพื่อต้องการจะปลอบโยนและเพื่อให้คุณหมอได้พักบ้าง
                แม้จะทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ แต่อย่างน้อยก็ขอให้คุณหมอได้ยืมไหล่ที่จะพอให้เจ้าตัวรู้สึกเหนื่อยน้อยลงบ้างก็ดี
                ดูเหมือนแผนที่วางไว้ว่าจะลาหยุด อาจจะต้องเลื่อนไปก่อน เพราะเขาคงทิ้งให้ใครบางคนแถวนี้ อยู่ในสภาพแบบนี้ตัวคนเดียวไม่ได้อย่างแน่นอน และพ่อเขาเองก็คงจะเห็นด้วย
JackJae's Special
                ในที่สุดยองแจก็ได้ลาพักร้อนและพาพ่อไปเที่ยวสักที แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้พาไปต่างจังหวัดหรอกนะ แต่พาพ่อนั่งเครื่องบิน บินมาไกลถึงเกาหลีเลยต่างหาก
                เขารู้ดีว่าถึงพ่อจะบ่นว่าการพามาที่นี่มันจะสิ้นเปลืองแค่ไหน แต่พ่อของเขาก็ดีใจที่ได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง ยองแจเองก็ดีใจไม่น้อยไปกว่าพ่อเช่นกันที่ทำให้พ่อมีความสุขได้ขนาดนี้
                แต่นอกจากจะขอบคุณตัวเองแล้ว อีกหนึ่งคนที่ขาดไม่ได้คงจะเป็นคนที่อาสาขับรถนี่แหละมั้ง
                คุณหมอแจ็คสันยังไงล่ะ ก็รายนี้เป็นคนช่วยเกลี้ยกล่อมพ่อเขาให้บินมาที่นี่ด้วยกัน คุณหมอยกเหตุผลต่างๆ มาพูดจนพ่อเขาตกลง และนอกจากจะได้กลับมาที่นี่แล้ว ยังถือเป็นการมีเยี่ยมแบมแบมกับจินยองที่ย้ายมาเรียนที่เกาหลีอีกด้วย เขาไม่ได้เจอทั้งคู่มาหลายเดือนแล้ว และก่อนที่เด็กสองคนนั้นจะบินมาที่นี่ ต้องยอมรับเลยว่ายองแจต้องทำงานหนักมากขึ้นหลายเท่าตัว เพราะเหตุการณ์ระเบิดครั้งใหญ่เมื่อหลายเดือนก่อน
                “เฮียมาแล้วเหรอ คุณลุงสวัสดีครับ พี่ยองแจสวัสดีครับแบมแบมเป็นคนออกมาต้อนรับเรากับเด็กหนุ่มตัวสูงอีกคน
                แม้คุณหนูของเขาจะยิ้มทักทาย แต่ดูยังไงก็ไม่เหมือนรอยยิ้มที่ร่าเริงเหมือนเมื่อก่อน
                เขาไม่รู้หรอกนะว่าหลังเหตุการณ์ระเบิดเรือสินค้า โกดัง และหลายที่ๆ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่การที่มาร์คหายไปอย่างไร้ร่องรอย หาศพไม่เจอ ดูเหมือนจะมีผลกระทบกับจิตใจแบมแบมเป็นอย่างมาก
                แม้เขาจะรู้สึกว่าสองคนนี้ดูสนิทกันเป็นพิเศษ และรับรู้ถึงบรรยากาศที่ผิดปกติระหว่างทั้งคู่เวลาอยู่ด้วยกัน แต่ไม่เคยคิดมาก่อนว่ามาร์คจะมีผลกับจิตใจของคุณหนูมากมายขนาดนี้
                ทั้งๆ ที่ห่างไกลกันหลายกิโลเมตร เวลาก็ผ่านไปพอสมควร แต่แบมแบมคนเดิมในตอนนั้นก็เหมือนจะหายไปด้วยเลย
                “สวัสดีครับคุณหนู อยู่ที่นี่สบายดีใช่ไหมครับพ่อของเขายังคงทักทายคุณหนูด้วยความเป็นห่วงอยู่เสมอ
                การยื่นมือมาช่วยของแบมแบมเพียงครั้งเดียว มันเปลี่ยนชีวิตพวกเขาสองพ่อลูกเป็นอย่างมาก ที่ชีวิตเราดีขึ้นก็เพราะแบมแบมเอ่ยปากช่วยทั้งนั้น เขากับพ่อเลยรู้สึกว่าแบมแบมคือผู้มีพระคุณของเขา และพวกเขาไม่เคยคิดที่จะลืมบุญคุณในครั้งนั้นของแบมแบมเลย
                “แบมสบายดีครับ เพิ่งมาถึงกันเหนื่อยๆ เข้าไปข้างในกันเถอะครับแบมแบมเป็นฝ่ายนำทางพวกเราไปยังที่พักเพื่อเก็บของ ก่อนจะพาไปพบเจ้าของบ้านตัวจริงของที่นี่
                วันแรกหมดไปกับการเก็บของและพักผ่อนจริงๆ พอเข้าวันที่สอง เขาก็พาพ่อไปเยี่ยมญาติและคนรู้จักตามที่พ่ออยากจะไป แต่ใครจะคิดล่ะว่า คุณหมอที่บอกว่าจะมาเยี่ยมน้องชายจะมาด้วยกัน และถ้าถามว่าแจ็คสันตามมาทำไม ยองแจก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอีกฝ่ายตามเขามาด้วยทำไมกัน
                แต่การมาของแจ็คสัน เหมือนมาเป็นเพื่อนร่วมทางมากกว่าเพราะพอถึงบ้านลุง แจ็คสันก็หาที่พักอื่น และเที่ยวเล่นในเมือง ไม่ได้มายุ่งอะไรกับพวกเรา มีบ้างที่แวะมากินข้าวด้วยและก็กลับที่พักไป
                การมาที่นี่ทำให้ยองแจได้เจอเพื่อนเก่าสมัยเด็ก เราสังสรรค์กันนิดหน่อยจนเขาเองก็รู้สึกได้ว่าตัวเองจะไม่ไหว ถึงได้ขอตัวกลับ
                ระยะทางจากบ้านเพื่อนกับบ้านของลุงไม่ได้ห่างกันเท่าไหร่นัก แต่อาจจะเพราะเริ่มเมา ยองแจถึงได้รู้ถึงว่าระยะทางมันช่างยาวไกลนัก
                เสียงหัวเราะอันคุ้นเคยดังอยู่ไม่ไกลในมุมมืด ถ้าเป็นคนขวัญอ่อน คงขวัญกระเจิงไปแล้ว แต่เพราะยองแจคุ้นกับเสียงนี้ ถึงได้เพ่งมองไปยังมุมมืดตรงนั้น
                เขาเห็นคุณหมอค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ จนมาหยุดอยู่ตรงหน้า ร่างของคุณหมอบดบังทุกอย่างจนยองแจไม่เห็นอะไรนอกจากคุณหมอที่อยู่ตรงหน้า
                “นายเดินวนไปวนมาแบบนี้ทั้งคืน คงไม่ถึงบ้านหรอก
                “อย่ามาดูถูกผมนะ คุณน่ะคออ่อนกว่าผมเยอะ ผมรู้ตัวดีว่าแค่ไหนคือขีดจำกัดของตัวเอง หลบไปครับ ผมจะเดินกลับบ้านให้ดูแจ็คสันหลบให้อย่างว่าง่าย มองคนที่เดินโซเซเฉียดร่างไปด้วยรอยยิ้ม เขานับหนึ่งถึงสามในใจก่อนจะก้าวเข้าไปคว้าร่างที่กำลังจะล้มลงเอาไว้ได้ทัน
                “ยอมรับเถอะว่านายเมา
                “ผมแค่เดินสะดุด
                “สะดุดอะไร? สะดุดฝุ่นงั้นเหรอ?” ยองแจก้มลงมองเท้าตัวเองก็ไม่ให้ว่ามีอะไรให้สะดุดจริงๆ นั่นแหละ แต่จะไม่ยอมรับว่าตัวเองเมาเด็ดขาด
                “เลิกเถียงได้แล้ว มานี่มาก่อนหน้านี้ไม่ได้คิดว่าตัวเองเมาหนัก แต่ตอนนี้เริ่มคิดแล้วล่ะว่าตัวเองคงจะเมาหนักมากจริงๆ ถึงได้เห็นแจ็คสันหันหลังและย่อตัวให้เขา คล้ายกับจะให้เขาขี่หลัง
                เป็นไปไม่ได้หรอก
                “หรือจะให้ฉันอุ้ม แต่จะบอกอะไรให้นะ ฉันอุ้มนายไม่ไหวหรอก ถ้าให้อุ้มนายคงได้กลิ้งอยู่บนถนนทั้งคู่
                “คุณกำลังจะบอกว่าผมตัวหนักใช่ไหม?”
                “อืม ฉันพูดแบบนั้นกับนายอยู่
                อั้ก!
                ยองแจกระโดดขึ้นหลังจนแจ็คสันแทบหน้าทิ่ม เพราะไม่คิดว่าอยู่ๆ ยองแจจะกระโดดใส่แบบนี้
                ถ้าไม่เมา คงไม่กล้าทำแบบนี้กับเขาแน่นอน
                “ถ้าผมตัวหนักจริง คุณคงแบนไปกับถนนแล้วคุณหมอ ไป ลุกขึ้น ผมจะกลับบ้าน พาผมกลับหน่อย
                “ฉันอยากให้นายจำทุกอย่างหลังจากตื่นมาได้จริงๆ อยากจะรู้เหลือเกินว่า นายจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
                “อย่าพูดมาก! หนวกหู! ผมจะนอน!พูดจบก็เอาหน้าซบลงบนไหล่คนที่อุ้มตัวเองเอาไว้บนหลัง แจ็คสันไม่พูดอะไรต่อ เดินไปเงียบๆ จนถึงหน้าบ้านลุงของยองแจ คนมาเปิดประตูให้เขาก็คือพ่อของคนที่อยู่บนหลังเขานี่แหละ
                คุณลุงขอโทษแจ็คสันไม่หยุด แถมยังจะเข้ามาช่วยปลุกและเอายองแจลงจากหลังอีก แต่แจ็คสันกลับส่ายหน้ายิ้มๆ ค่อยๆ วางยองแจลงบนที่นอน
                “ถ้ายังไงก็เช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขาหน่อยนะครับคุณลุง ดื่มหนักขนาดนี้พรุ่งนี้อาจจะปวดหัว
                “เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะหาอะไรให้ยองแจกินแก้แฮงก์แน่นอนครับ ขอโทษและขอบคุณคุณหมอมากๆ นะครับที่เอาลูกชายตัวดีของผมมาส่งให้
                “ไม่เป็นไรเลยครับ ดึกมากแล้ว ผมกลับก่อนดีกว่า
                “จริงๆ จากที่นี่กับที่พักของคุณหมอก็ห่างกันอยู่ ถ้าไม่รังเกียจบ้านเล็กๆ หลังนี้ คุณหมอพักที่นี่สักคืนเถอะครับ เดี๋ยวผมไปจัดที่นอนที่ห้องผมให้แป๊บเดียว
                “ไม่ต้องลำบากหรอกครับคุณลุง คุณลุงและคุณลุงเจ้าของบ้านไม่ต้องย้ายห้องหรอกครับ ผมนอนที่นี่ก็ได้ ห้องนี้ไม่ได้แคบอะไร ผมนอนห้องเดียวกับยองแจได้ครับ
                “จะดีเหรอครับคุณหมอ
                “ครับ
                ไม่ต้องให้แจ็คสันเปิดโปงหรือยองแจย้อนความจำตอนเมา เพราะทันทีที่เห็นหน้าพ่อ เรื่องขายหน้าเมื่อคืนนี้ก็ถูกพ่อดุด่าอยู่สักพักจนยองแจสำนึกผิดแทบไม่ทัน ได้แต่ถามตัวเองว่าทำอะไรลงไป แต่คิดไปคิดมา ในเมื่อแก้ไขสิ่งที่ผ่านมาแล้วไม่ได้ และแจ็คสันไม่ได้ทวงบุญคุณอะไร ก็เลิกแล้วต่อกันไปเถอะ ครั้งหน้าเขาก็จะไม่ดื่ม...จนเมาแบบนี้อีกแล้ว เรื่องขายหน้าแบบนี้ เกิดขึ้นแค่ครั้งเดียวก็พอ
                เราอยู่ที่นั่นแค่สองวันก็กลับเข้าเมืองหลวง ยองแจออกไปซื้อของฝากให้พี่ๆ ที่ทำงานกับแบมแบม จินยองและยูคยอม เด็กผู้ชายตัวสูงคนนั้นจนได้ของอยู่เต็มมือ เราหยุดพักกันที่ร้านเนื้อย่างร้านหนึ่งที่เด็กๆ บอกว่าอร่อย แต่เข้าไปได้ไม่นานก็มีคนมาร่วมแจม และแน่นอนว่าจะเป็นใครไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่แจ็คสัน แล้วจะเป็นใครไปได้ล่ะ ในเมื่อแบมแบมอยากกินเนื้อย่างฟรี
                “ถือเป็นการเลี้ยงฉลองวันเกิดแบมแบมล่วงหน้าเลยแล้วกันนะ แล้วของขวัญจากเฮียก็ไม่ต้องเอานะไอ้แสบ
                “อะไรอ่ะเฮีย เลี้ยงข้าวกับของขวัญวันเกิดไม่ได้เหมือนกันซะหน่อย ของขวัญยังไงก็ต้องส่งมาให้นะ
                “ไม่ยอมขาดทุนจริงๆ เลยนะ
                “แน่นอนอยู่แล้ว เฮียออกจะรวย มีน้องชายอยู่แค่คนเดียว ซื้อของขวัญให้น้องแค่นี้ ขนหน้าแข้งเฮียไม่ร่วงหรอก
                “มีน้องชายอย่างเราแค่คนเดียวก็ไถเงินเฮียแทบหมดกระเป๋าแล้ว
                “ตอนนี้มีแค่น้องชายก็ให้น้องช่วยใช้เงินเถอะ ต่อไปถ้ามีแฟน แบมก็อาจจะตกกระป๋องก็ได้ เพราะฉะนั้นตอนนี้ถือเป็นนาทีกอบโกย
                “ยุ่งขนาดนี้จะเอาเวลาที่ไหนไปหาแฟน
                “หาทำไมไกลๆ คนใกล้ๆ ตัวก็มีแบมแบมพูดจบ เด็กทั้งสามคนก็มองไปยังผู้ชายที่ยังนั่งกินเนื้อย่างเงียบๆ ไม่พูดไม่จาเป็นตาเดียวจนยองแจสงสัยว่าเขากินจุไปจนเด็กพวกนี้แซวเหรอ
                “เหลวไหล รีบกินเข้า กินเสร็จแล้วจะกลับบ้านเลยมั้ย หรือจะเดินเที่ยวต่อ
                “เดินต่อนิดหน่อยน่ะครับพี่แจ็คสัน ยูคยอมยังไม่ได้ของที่ต้องการเลยจินยองเป็นคนตอบ ส่วนแบมแบมก็ส่งสายตาล้อเลียนไม่หยุด
                “ก็ดี เฮียยังไม่ได้ซื้อของฝากให้คนอื่นๆ เลย งั้นก็แยกกันเดิน เดินเสร็จแล้วมาเจอกันหน้าร้านนี้โอเคมั้ย
                “รับทราบครับผมแบมแบมรีบตอบรับทันทีที่จะได้เดินเที่ยวต่อ
                แจ็คสันมองยองแจที่แยกตัวไปกับน้องชายของเขา จินยองแยกไปอีกทาง เด็กตัวสูงคนนั้นก็เดินไปอีกร้าน แจ็คสันทำทีเดินไปยังร้านขายเครื่องประดับที่อยู่ไม่ไกล ก่อนจะเดินตามชายสองคนที่น่าสงสัยไป
                เป็นจริงดังคาด ผู้ชายสองคนนั้นดูก็รู้ว่าเป็นคนของบ้านเขา สองคนนั้นเดินตามเสิร์ฟคยอมไปเรื่อยๆ อย่างแนบเนียน แต่ที่ไม่อาจจะรอดพ้นสายตาของแจ็คสันได้ เพราะเขาถูกแอบตามจนเคยชิน อะไรพวกนี้เลยไม่รอดพ้นสายตาเขาไปได้
                เขาคิดว่าพี่ชายคงไม่ไว้ใจคนรอบข้างน้องชายเขาเท่าไหร่นัก ไม่ใช่แค่ยูคยอมที่โดนแอบตามแบบนี้ อีกสองคนที่บินมาที่นี่กับแบมแบมก็คงหนีไม่พ้น
                ยูคยอมเข้าไปยังร้านราเม็งร้านเล็กๆ นั่น สองคนนั้นไม่ได้ตามเข้าไป และไม่นานยูคยอมก็ออกมา ก่อนจะย้อนกลับทางเดิม เดินเข้าไปยังร้านขายเสื้อผ้าแบรนด์ดัง แจ็คสันหรี่ตามองอีกครั้ง เมื่อเห็นสินค้าที่เด็กคนนั้นซื้อ ไซซ์ที่สั่งไม่ใช่ขนาดของเจ้าตัวอย่างแน่นอน และถึงแม้เขาจะไม่รู้อย่างละเอียดว่าเงินเดือนบอดี้การ์ดมากน้อยเท่าไหร่ แต่ร้านที่ยูคยอมเข้าออก ก็ดูไม่เหมาะสมกับเงินเดือนแม้แต่น้อย
                เรื่องนี้ในไม่ช้าต้องถึงหูแจบอมหรือฮันวอลแน่นอน เขาเองไม่ใช่ไม่สงสัยพฤติกรรมของยูคยอม เด็กคนนี้สนิทกันกับมาร์ค และอยู่กับมาร์คในเหตุการณ์ที่เรือระเบิด แม้จะบาดเจ็บ แต่ก็เป็นผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ ขนาดเขายังสงสัย แล้วมีหรือจะรอดพ้นสายตาของพี่ชายกับผู้เป็นพ่อ
                การติดตามยูคยอมของแจ็คสันไม่ได้ทำเพียงวันเดียว เขาติดตามอีกฝ่ายมาเป็นสัปดาห์จนแน่ใจว่ายูคยอมกำลังทำงานให้คนๆ หนึ่งอยู่แน่นอน
                ชายคนหนึ่งเดินออกมาจากร้านเหล้าร้านเล็กๆ แม้การแต่งตัวจะไม่ต่างอะไรกับนักท่องเที่ยว แต่แจ็คสันกลับรู้สึกว่าคนๆ นี้ไม่ใช่นักท่องเที่ยวธรรมดา ท่าทางเมามายนั้น ไม่ได้ดูเป็นธรรมชาติแม้แต่นิดเดียว เขาคิดว่ารออีกไม่นาน ยูคยอมต้องออกมาแน่
                แจ็คสันวางแผนทุกอย่าง อย่างรวดเร็วในหัว ก่อนจะวางแผนปั่นป่วนคนที่ติดตามยูคยอมทั้งสองให้จากไปคนละทิศคนละทาง
                คอเสื้อด้านหลังของยูคยอมถูกคว้าไว้ด้วยแรงมหาศาลก่อนที่แผ่นหลังจะกระแทกเข้ากับกำแพงอย่างแรง
                “นายทำงานให้ใครกันแน่ ยูคยอม?” สีหน้าและแววตาของคุณหมอไม่ได้ดูอ่อนโยนดังเช่นปกติ ไม่ต้องมีคำขู่แม้เพียงคำเดียว แต่การได้เห็นสองคนที่เคยติดตามแจบอมมาเยี่ยมแบมแบมและจินยองเหมือนมองหาอะไรบางอย่างก็ทำให้ยูคยอมจิตใจไม่สงบดังเดิม
JackJae's Special
                แจ็คสันไม่ได้ก้าวก่ายการติดต่อระหว่างยูคยอมและมาร์คแม้แต่น้อย เขาไม่ได้อยากรู้ว่ามาร์คทำอะไรให้แบมแบมบ้าง เขาแค่อยากรู้จุดประสงค์ในสิ่งที่มาร์คก็แค่นั้น
                เขายังคงเชื่อว่ามาร์คไม่มีทางทำร้ายแบมแบม เขาถึงได้วางใจทุกอย่าง จนกระทั่งแบมแบมอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ แยมเเบมมีสิทธิ์กลับไปอยู่บ้านหลังเดิมที่เคยอยู่ มีแค่ยูคยอมและคนติดตามอีกสองคนย้ายไปอยู่ด้วย
                และเพราะยังขาดพ่อบ้าน พ่อของยองแจถึงได้อาสาไปทำงานให้กับแบมแบมโดยรับค่าจ้าง แต่แบมแบมกับคุณหมอไม่เห็นด้วยเท่าไหร่ พวกเขายังจ่ายค่าจ้างและมองพ่อยองแจเป็นเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งของพวกเขา
                ข่าวแบมแบมหายตัวไป ทำเอาแจ็คสันนั่งไม่ติด เพราะเขาถามจากยูคยอมแล้วว่าใช่ฝีมือของมาร์คหรือเปล่า แต่ตอนเกิดเรื่อง ยูคยอมดันไม่รู้เรื่อง เขาร้อนใจแทบแย่ แต่จากที่ยูคยอมเล่าว่าแบมแบมเคยเจอกับมาร์ค และแบมแบมหายตัวไปแถวโรงพยาบาลที่เขาทำงาน เขาเลยแน่ใจว่า เรื่องนี้น่าจะเกี่ยวกับมาร์คอย่างแน่นอน
                แจบอมเพิ่งบินกลับมายังไม่ทันได้พักก็ถูกสั่งให้ตามตัวคนเป็นน้อง แจ็คสันรู้ข่าวช้าไปก้าวหนึ่งก็จริง แต่การที่เจอพี่ชายที่ยืนเดือดดาลเมื่อรถที่คิดว่ามีมาร์ค ต้วนและแบมแบมอยู่ในนั้นกลับไม่ใช่คนทั้งคู่
                ภายใต้ความโกรธเกรี้ยว แจ็คสันรับรู้ได้ว่าแจบอมเองก็โล่งใจที่คนที่ตายไม่ใช่แบมแบมเช่นกัน สภาพแจบอมในตอนนี้ร่างกายมันกำลังฟ้องว่ามันเกิดขีดจำกัดของตัวเองไปแล้ว แจ็คสันรู้ว่าฟื้นต่อไป แจบอมจะแย่เอา ถึงได้ยื่นมือมายุ่งกับเรื่องนี้
                ไม่ใช่แค่ห่วงร่างกายแจบอมเท่านั้น เขาเองก็ห่วงแบมแบมไม่ต่างกัน ถ้าเขาเป็นคนไปส่งแบมแบมด้วยตัวเอง เขาจะแน่ใจได้แน่นอนว่าแบมแบมจะปลอดภัย
                แจ็คสันตัดสินใจติดตามคนทั้งคู่ไปอย่างไม่ลดละ แม้หนทางจะดูมีอุปสรรคและใกล้จะได้เจอตัว แต่สุดท้าย เขาก็ได้รับสายจากคนๆ หนึ่งว่า เจอแบมแบมและมาร์ค ต้วนอยู่ด้วยกันแล้ว ให้เขาพาคนไปรับตัวได้เลย
                อีกด้านหนึ่ง ยองแจรอฟังข่าวแบมแบมแทนผู้เป็นพ่อที่อายุมากแล้ว ถ้ามาอดหลับอดนอนอยู่แบบนี้ร่างกายจะแย่เอา เขารับปากว่าถ้ารู้ข่าวแบมแบมเมื่อไหร่ เขาจะรีบไปบอกทันที แต่ใครจะคิดว่าการที่รอฟังข่าวอยู่บ้านเฉยๆ เขาจะสลบไปแบบไม่รู้ตัว รู้สึกตัวอีกที เขาก็ถูกใครไม่รู้จับตัวมาพร้อมกับจินยอง
                ยองแจมองไปรอบห้องที่นอกจากจินยองแล้ว เขาก็ไม่รู้จักใครอีกเลย ใจของยองแจแทบจะร่วงหล่นลงที่พื้น เพราะในบ้านมีเพียงเขากับพ่อเท่านั้น แล้วตอนนี้พ่อของเขาอยู่ที่ไหนกัน
                “พ่อผมล่ะ คุณจับตัวพ่อของผมมาหรือเปล่า คุณทำร้ายพ่อผมรึเปล่า
                “ไม่ครับ พ่อของคุณไม่ใช่เป้าหมายของเรา ผมรับประกันได้ว่า เขาปลอดภัยดี
                “ผมจะเชื่อคำพูดของพวกคุณได้ยังไง?”
                “เรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องที่ผมจะต้องอธิบาย คุณจะเชื่อหรือไม่ ก็เรื่องของคุณครับยองแจรีบลุกขึ้นสำรวจไปทั่วห้องเพื่อหาร่องรอยของพ่อตัวเอง แต่มันไม่มีเลย ที่นี่มีแค่เขากับจินยองเท่านั้นที่รู้จักกัน
                คนพวกนี้ไม่ได้ทำร้ายอะไรเขาทั้งสองคน ไม่ได้ทำให้ลำบากใจแม้แต่นิดเดียว แต่ก็ไม่ยอมปล่อยตัวไปง่ายๆ เขาพยายามต่อรองแต่ดูเหมือนคนพวกนี้จะไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย แถมยังขู่อีกว่าจะอยากมีสติรับรู้ทุกอย่าง หรือหลับไม่ได้สติก็เลือกเอา
                เขาไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน เลยอดจะหวั่นใจไม่ได้ ต่างจากจินยองที่ดูสงบคล้ายกับยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นมากกว่า
                “คนพวกนี้ไม่คิดจะทำร้ายเราหรอกครับพี่ยองแจ ถ้าเราให้ความร่วมมือกับเขา เราจะปลอดภัยมากกว่าขัดขืน
                “จินยองรู้รึเปล่าว่าคนพวกนี้เป็นใคร
                “ไม่ทราบเหมือนกันครับ แต่เขาปฏิบัติกับเราดีมากกว่าที่จะจับเรามาทำร้ายแน่นอนยองแจพยายามจะหลอกถามเอาข้อมูลจากฝ่ายตรงข้าม แต่ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์เหลือเกิน
                เมื่อลองตั้งสติและคิดทบทวนกับเหตุการณ์ทั้งหมดดู หมากตัวสำคัญของเรื่องนี้คงจะเป็นแจบอม คนพวกนี้น่าจะจับจินยองมาต่อรองกับแจบอมอย่างแน่นอน แต่เขาไม่เข้าใจว่า แล้วคนพวกนี้จับเขามาทำไมกัน เขาเป็นแค่ผู้ช่วยเลขาของอิม ฮันวอลเท่านั้น แต่คิดอีกที ถ้าคนพวกนี้จับคนจินยองมา เขาคงรู้สึกเป็นห่วงมากกว่า ยังไงถูกจับมาสองคนอาจจะยังพอช่วยเหลือกันได้ ยองแจนั่งอยู่ข้างจินยองด้วยท่าทางสงบ คนพวกนั้นก็ไม่ได้มายุ่งอะไรกับทั้งคู่ จนกระทั่งมีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับเปิดกล้องในมือถือถ่ายพวกเราทั้งคู่
                “คุณก็เลือกเอาเองแล้วกัน ว่าอยากจะให้สองคนนี้มีลมหายใจอยู่ หรือไปรอคุณในนรกก็เลือกเอาครับยองแจรับรู้ได้ถึงความน่ากลัวของชายคนนี้ คำพูดประโยคนั้นไม่ใช่แค่คำขู่แน่นอน พวกเขาถูกใช้มาเป็นข้อแลกเปลี่ยนบางอย่างกับคนในมือถือที่เขาไม่แน่ใจว่าเป็นแจบอมหรือเปล่า
                ยองแจพยายามสงบสติอารมณ์และความร้อนใจ ตอนแรกเขาเลี่ยงที่จะกิน ดื่ม สิ่งที่คนเหล่านี้นำมาเสิร์ฟ แต่จินยองบอกว่า ไม่รู้ว่าเราทั้งคู่จะถูกปล่อยตัวตอนไหน ไม่ต้องทรมานตัวเอง แต่อย่ากินจนไม่ระวัง
                เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วไม่รู้ แต่จินยองกลับยังคงนั่งอ่านหนังสืออย่างสงบจนยองแจอดจะทึ่งในตัวคนอายุน้อยกว่าไม่ได้ จินยองไม่มีความตื่นกลัวเลยสักนิด เป็นเขาต่างหากที่คิดในทางลบไปเสียเยอะเลย
                เสียงไขประตูเข้ามา เรียกสายตาจากคนทั้งคู่ได้ดี ยองแจมองใครคนนั้นที่เดินเข้ามา ก่อนจะผายมือไปที่ประตู
                “เชิญครับจินยองไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด วางหนังสือเล่มนั้นไว้ที่โซฟาและหันมาส่งสายตาให้กับยองแจลุกตามมา
                จินยองจับมือยองแจเอาไว้แน่น หากเกิดเรื่องไม่คาดฝัน เราจะวิ่งไปพร้อมกัน แม้จะดูว่าคนกลุ่มนี้จะตามติดยิ่งกว่าเงา หาทางหนีได้ยากเหลือเกิน แต่เข้าตาจนจริงๆ ยองแจต้องพาจินยองหนีไปให้ได้
                รถตู้คันใหญ่อยู่ตรงหน้า มีคนขับรถนั่งอยู่ประจำที่อยู่แล้ว คนพวกนั้นไม่ได้เข้าไปในรถ แต่กลับบอกให้เราทั้งคู่ขึ้นไป
                ยองแจไม่ปล่อยให้สิ่งรอบข้างหลุดรอดจากสายตา เขามองทางที่ขับผ่านไปตลอดทางจนเริ่มเห็นบ้านผู้คน แหล่งชุมชน และแสงไฟมากขึ้น
                ถนนและทางต่างๆ เริ่มคุ้นชินในสายตา ยองแจพลันโล่งใจ หันไปเห็นจินยองที่สีหน้าและแววตาไร้ความกังวลไม่แพ้กัน ยองแจถึงได้มั่นใจว่าเขาไม่ได้คิดไปเอง พวกเราไปปลอดภัยไปกว่าครึ่งแล้ว
                “ขอโทษที่ทำให้พวกคุณเสียเวลานะครับอีกฝ่ายโค้งให้เราอย่างสุภาพ ก่อนจะขับรถออกไปจากหน้าโรงแรมในเครือของตระกูลอิม
                “พ่อผมล่ะครับ คนพวกนั้นจับตัวพ่อผมไปหรือเปล่า
                “พ่อของคุณยองแจปลอดภัยดีครับ คุณฮันวอลให้พาตัวพ่อของคุณมาพักที่นี่แล้วครับสิ่งที่ยองแจกังวลใจถูกวางลงโดยเร็ว ทันทีที่รู้ข่าว เขาก็อยากไปเจอพ่อโดยไว แต่เพราะคำถามของจินยอง ทำให้ยองแจเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเหตุการณ์ในตอนที่เขาไม่อยู่ เกิดอะไรขึ้นบ้าง
                “พี่แจบอมและคนอื่นๆ เป็นไงบ้างครับ?” จินยองรีบหันไปถามบอดี้การ์ดที่รีบวิ่งออกมารับเราทั้งสองคน
                “คุณชายใหญ่บินไปญี่ปุ่นแล้วครับ ส่วนคุณกลาง...เอ่อ…”
                “คุณหมอเป็นอะไรครับ
                “คุณหมอได้รับบาดเจ็บครับ แต่ไม่อันตรายถึงชีวิต ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงครับ คุณฮันวอลให้คุณทั้งสองขึ้นไปพักข้างบนก่อนครับ
                “ขึ้นไปพักกันเถอะครับพี่ยองแจ ถ้าพวกเขาบอกว่าพี่แจ็คสันปลอดภัย จินยองเชื่อว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรอกครับยองแจยอมเดินตามจินยองและเหล่าบอดี้การ์ดเข้าไปในโรงแรม
                “แล้วแบมแบมล่ะครับจินยองถามขึ้นมาเมื่อคนในลิฟต์มีเพียงไม่กี่คน
                “คุณหนูถูกพาตัวไปได้สำเร็จครับ
                “ใครเป็นคนจับตัวแบมแบมไปกันครับ?”
                “เป็นพวกของตระกูลต้วนครับ คนที่พาตัวคุณหนูไปก็คือคนที่เราคิดว่าตายไปแล้ว นายมาร์คคนนั้น
                “พี่มาร์คเหรอครับ?” จินยองและยองแจไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามาร์คที่หายตัวไปนานหลายปี จะกลายไปเป็นคนของตระกูลฝ่ายตรงข้ามของแจบอมไปได้
                จินยองไม่สงสัยว่าทำไมแบมแบมถึงถูกพาตัวไปโดยง่ายเลยถ้าคนที่พาไปคือมาร์ค แต่ยองแจที่ไม่รู้เรื่องราวอะไร งงกับสิ่งที่เกิดขึ้นไปหมดแล้ว และไหนจะอดไม่ได้ที่จะกังวลกับอาการของแจ็คสันอีก ถึงคนอื่นจะบอกว่าไม่น่าเป็นห่วง แต่เขาไม่ได้เห็นกับตาตัวเอง จะให้เขาคลายกังวลได้ยังไงกัน
JackJae's Special
                ยองแจอึ้งไปกับความสัมพันธ์อันซับซ้อนที่เขาไม่เคยได้รู้มาก่อนของแบมแบม มาร์ค และครอบครัวแจ็คสัน และไม่คิดมาก่อนด้วยว่าที่เขารู้สึกว่าสองคนนี้มีความสัมพันธ์แปลกๆ ต่อกัน ความสัมพันธ์จะเริ่มต้นจากพี่น้องที่เลี้ยงกันมาก่อน
                “พี่ยองแจจะไปเยี่ยมพี่แจ็คสันกับจินยองมั้ยครับ จินยองบอกให้คนเตรียมรถไว้แล้วครับ
                “ไปครับยองแจไม่แม้แต่จะลังเลด้วยซ้ำ เขาเดินตามจินยองและเหล่าบอดี้การ์ดมาที่รถ
                ตลอดทางเขาคาดเดาอาการของแจ็คสันไปต่างๆ นานา แต่ไม่คิดว่าพอมาถึงสิ่งที่ได้ยินคือเสียงทะเลาะของฮันวอลกับแจ็คสันที่ดังออกมาถึงข้างนอก เสียงของฮันวอลต่างจากยามที่คุยกับเขาและลูกค้า ถึงจะเคร่งครัดไปบ้างในบางที แต่เขายังไม่เคยเห็นฮันวอลเดือดขนาดนี้มาก่อน ส่วนแจ็คสันเหมือนจะเคยชิน เสียงที่ตอบกลับมา เขาจับไม่ได้ถึงอารมณ์โกรธแม้แต่น้อย ฟังดูสบายๆ เสียด้วยซ้ำไป
                ฮันวอลเดินออกจากห้องมาด้วยใบหน้าแดงก่ำจากความกรุ่นโกรธลูกชายคนเล็กของตน แต่พอเห็นว่าที่ลูกสะใภ้ยืนอยู่หน้าห้อง เขาก็ปรับสีหน้าและถามไถ่ตามมารยาทก่อนจะขอตัวกลับไป
                “เข้าไปข้างในกันเถอะครับจินยองหันมาจับมือยองแจให้เข้าไปด้านในด้วยกัน
                ภาพที่ยองแจเห็นไม่ใช่อย่างที่คิดไว้เลยสักนิด แจ็คสันดูไม่เหมือนคนเจ็บเลยด้วยซ้ำ เจ้าตัวยังคงกึ่งนั่งกึ่งนอนดูโทรทัศน์อย่างไม่สะทกสะท้าน เหมือนเมื่อตะกี้ไม่ได้ผ่านการทะเลาะกับผู้เป็นพ่อมา
                “พี่แจ็คสัน สวัสดีครับ เป็นยังไงบ้างจินยองเอ่ยถามพร้อมส่งยิ้มก่อนจะหาที่นั่งให้ตัวเอง
                “เจ็บแผลนิดหน่อย แต่ไม่ได้โดนอวัยวะสำคัญ อีกอย่างมาร์คก็ไม่ได้แทงเข้ามาลึกอะไร
                “แล้วพี่มาร์คกับแบมเป็นไงบ้างครับแจ็คสันสังเกตสีหน้ายองแจนิดหน่อย ดูเจ้าตัวไม่ได้ตกใจอะไรก็คิดว่าจินยองคงจะเล่าถึงความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิงไปแล้ว
                “แบมก็สบายดี มาร์คถูกพี่แทงไปแผลหนึ่งเหมือนกัน แต่ไม่เป็นไรหรอก ป่านนี้คงใกล้ถึงบ้านทางนั้นแล้วมั้ง แล้วเป็นไงกันบ้าง พวกนั้นทำอะไรเรารึเปล่า
                “ไม่เลยครับ ดูแลดีเสียด้วยซ้ำ ตอนแรกจินเองก็เดาไม่ออกว่าเป็นฝีมือของใคร แต่พอรู้แล้วก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่ เขาคงใช้จินกับพี่ยองแจมาเป็นแผนสำรองและเร่งให้พวกพี่ปล่อยตัวแบมแบมกับพี่มาร์คไป
                “ขอโทษนะที่ทำให้ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ขอโทษทั้งคู่เลย
                “จินไม่เป็นไรเลยจริงๆ นะครับ แต่ว่าพี่ยองแจตกใจอยู่เหมือนกัน
                “ก็พี่ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนนี่ ก็เลยจินตนาการไปไกลเลย
                “จินว่าจินขอตัวกลับก่อนดีกว่า คุณแม่น่าจะเป็นห่วงจินแย่แล้ว ยังไงฝากพี่ยองแจดูแลคุณหมอด้วยนะครับจินยองไม่ยอมให้ยองแจปฏิเสธ รีบเดินออกจากห้องมา ทิ้งให้ทั้งคู่ได้มีโอกาสอยู่ด้วยกันสองต่อสอง
                “คุณลุงเป็นยังไงบ้าง ตกใจหรือเปล่า
                “ก็ตกใจแหละครับ แต่พอได้เจอหน้าผม พ่อก็หายห่วงแล้วครับ
                “คนพวกนั้นไม่ได้ทำร้ายนายใช่ไหม?” แจ็คสันใช้สายตาสำรวจดูคร่าวๆ เมื่อไม่เห็นความผิดปกติที่ตรงไหนถึงได้ถอนสายตากลับมามองหน้าของยองแจ
                “ไม่ครับ ผมแค่ตกใจที่ตื่นมาแล้วเจอว่าตัวเองไม่ได้นอนอยู่ที่บ้าน แล้วก็ไม่เห็นพ่อ
                “ฝากนายขอโทษคุณลุงด้วยนะที่ต้องทำให้มาเจอเรื่องแบบนี้ เอาไว้ฉันหาย ฉันจะไปขอโทษคุณลุงด้วยตัวเองอีกครั้ง
                “ได้ครับ ผมจะบอกพ่อให้
                “แล้วตอนนี้นายกับพ่อพักอยู่ที่ไหนกัน ระหว่างนี้อย่าเพิ่งกลับไปค้างที่บ้านแบมแบมเลยนะ ให้คนของป๊าเข้าไปตรวจดูให้เรียบร้อยก่อน
                “พ่อของคุณหาที่พักให้เราสองคนพ่อลูกแล้ว คุณไม่ต้องห่วง แล้วอาการของคุณเป็นไงบ้าง
                “ไม่หนักหรอก แต่ไหนๆ ก็จะลาออกจากงานแล้วก็ถือว่าพักไปเลย
                “หมายความว่ายังไง?”
                “จริงๆ แค่เหมือนง่าผมย้ายโรงพยาบาลเฉยๆ แค่เป็นโรงพยาบาลของป๊าก็เท่านั้นแหละ
                “คุณทำแบบนี้เพราะเรื่องแบมแบมเหรอ
                “ฉันเต็มใจทำ ถ้ามันทำให้แบมแบมมีความสุขกับสิ่งที่เขาเลือกได้ด้วยตัวเอง เรื่องของฉันจะเร็วจะช้ายังไงมันก็ต้องเกิดขึ้นอยู่ดี
                “คุณไม่เป็นไรจริงๆ ใช่ไหม?”
                “ฉันก็ยังเป็นหมออยู่นะคุณ แค่ย้ายโรงพยาบาลเท่านั้นเอง ฉันยังได้ทำงานที่ฉันรักอยู่ ไม่ฝืนใจเท่าไหร่หรอก แบมแบมควรได้เลือก และมีความสุขกับสิ่งที่เขาเลือกบ้าง
                “คุณรักและห่วงความรู้สึกของแบมแบมมากเลยนะ
                “ก็แบมแบมเป็นน้องฉันนี่ ไม่ให้ห่วงได้ยังไงกัน
                “แล้วต่อจากนี้คุณต้องกลับไปอยู่ที่บ้านรึเปล่า?”
                “ไม่หรอก เจอหน้ากันในที่ทำงานก็พอแล้ว ก่อนเข้ามานายก็ได้ยินเสียงป๊าแล้วนี่ หูฉันแทบระเบิด
                “ก็คุณชอบกวนอารมณ์ท่านนี่
                “ช่วยไม่ได้ ก็ฉันเป็นของฉันแบบนี้
                “คุณจะทำอะไร เดี๋ยวผมช่วยยองแจเห็นแจ็คสันจะหยิบแก้วน้ำที่อยู่ห่างออกไป แต่หน้าเหยเก เขาเลยรีบเข้าไปช่วย
                “คุณอยู่นิ่งๆ ดีกว่า อยากได้อะไรก็บอก เดี๋ยวผมจัดการให้
                “แบบนี้ฉันก็ไม่ต้องให้ป๊าหาพยาบาลพิเศษมาดูแลแล้วมั้ง นายมารับงานนี้เพิ่มเลยดีไหม ค่าจ้างสูงด้วย
                “จะบ้าเหรอคุณ ผมมีการมีงานต้องทำ ใช่จะว่างมาดูแลคุณเสียหน่อย ที่วันนี้ผมมาได้ก็เพราะท่านให้ผมหยุดงาน แต่คุณจะใช้อะไรผมก็ใช้มาได้เลยเต็มที่
                “คุณพูดเองนะ
                ยองแจรู้สึกผิดที่พูดประโยคนั้นออกไปก็สายไปแล้ว นี่มันไม่ใช่คนเจ็บ แต่นี่มันเด็กเอาแต่ใจชัดๆ
JackJae's Special
                “เที่ยงแล้วนะ นายพอจะว่างไปกินข้าวกับฉันได้รึเปล่าแจ็คสันพูดกับคนปลายสายด้วยน้ำเสียงกึ่งบังคับ แต่รู้อะไรไหมว่ายองแจมักจะรู้ทันแจ็คสันเสมอ
                การที่คุณหมอโทรมาหาก่อนแบบนี้ โดยที่ไม่คำพูดกวนประสาท แสดงว่าอีกฝ่ายกำลังเหนื่อย
                ยองแจรู้ว่าแจ็คสันมีผ่าตัดใหญ่ รู้ว่าแจ็คสันต้องการพลังมากขนาดไหน เขาเลยเลือกที่จะตอบตกลงในทันที
                “ทำไมถึงนัดฉันมาที่นี่ล่ะ
                “ผมก็แค่คิดว่าคุณคงอยากอยู่เงียบๆคลินิกถูกปิดมาเป็นอาทิตย์แล้วแหละ และยองแจก็ย้ายออกไปอยู่กับพ่อที่บ้านของแบมแบมตั้งนานแล้ว แต่ว่าชั้นสองของที่นี่ยังคงมีอุปกรณ์ในการทำครัวอยู่ครบ
                “แล้วไม่หิวเหรอ ฉันไม่เห็นนายซื้ออะไรมากินเลย
                “หิวสิครับ แต่ผมอยากกินฝีมือคุณ
                “นี่ฉันเพิ่งผ่าตัดมาเหนื่อยๆ นะ ยังจะใจร้ายใช้กันลงอีกเหรอ
                “ผมก็ลางานครึ่งวันมาหาคุณเหมือนกัน จะใจร้ายไม่ทำให้ผมกินอีกเหรอแจ็คสันชะงักไปกับคำพูดของยองแจเพราะเขาไม่คิดว่าคนที่รักงานอย่างยองแจจะยอมลางานมาอยู่กับเขา
                นี่ไม่คิดเข้าข้างตัวเองนะ แต่คิดว่ายองแจเองก็มีใจให้เขามากอยู่เหมือนกัน
                “ผมอยากกินอะไรก็ได้ที่มีชีสเยอะๆ
                “อยากให้ฉันกินของโปรดก็บอกมาเถอะ
                “ก็ถ้ามันทำให้คุณอารมณ์ดีขึ้น ผมจะยอมรับก็ได้ว่าอยากให้คุณได้กินของโปรดของคุณเองแจ็คสันหลุดยิ้มออกมา ยอมหยิบเอาผ้ากันเปื้อนที่แขวนอยู่มาใส่
                “วันนี้ผ่านไปได้ด้วยดีใช่ไหมครับ
                “อืม มันผ่านไปได้ด้วยดี
                “คุณเป็นแบบนี้ทุกครั้งเลยนะ บางทีผมก็คิดเหมือนกันว่ามันเป็นเพราะคุณแจบอมที่ไม่ระวังตัวหรือเป็นที่พ่อคุณที่ใจร้ายยองแจรู้ว่าที่แจ็คสันเป็นแบบนี้ไม่ใช่เพราะผ่าตัดใหญ่ แต่เป็นเพราะห่วงอาการของแจบอมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ญี่ปุ่นต่างหาก
                “ก็ทั้งคู่นั่นแหละ ฉันน่าสงสารใช่ไหมล่ะ
                “คุณเรียกคะแนนสงสารจากผมอยู่เหรอ?” ยองแจถามคนที่ยืนอยู่หน้าเตา กำลังผัดอะไรบางอย่างในกระทะ
                “แล้วสำเร็จมั้ย?”
                หมับ!
                “คุณเก่งมากแล้วครับ คุณเก่งมากจริงๆ ขอบคุณที่คิดถึงกันนะคุณหมอยองแจรู้สึกขอบคุณแจ็คสันจริงๆ ที่เวลาไม่สบายใจก็เลือกที่จะติดต่อเขา ถึงแม้ว่าไม่รู้จะช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจขึ้นมากแค่ไหน แต่ก็รู้สึกดีมากๆ ที่อย่างน้อยเขาก็อยู่ในตัวเล็กของคนที่เขากำลังกอด
                แจ็คสันมองแขนที่โอบกอดอยู่รอบเอวตัวเอง เขาปิดแก๊สก่อนจะหันกลับมามองอีกคน
                เขาอยากจะเถียงว่าเขาไม่ได้เก่งอะไรเลย ถ้าเขาเก่งมากพอ เขาคงจะปกป้องยองแจได้ เขาคงจะทำใจได้ทุกครั้งที่ต้องรักษาคนในครอบครัวตัวเอง เขาไม่เก่งเลย ไม่เก่งเลยสักนิด
                “ฉันขอโทษนะที่ทำให้นายถูกจับตัวไปแล้วทำอะไรไม่ได้เลยตั้งแต่วันนั้น แจ็คสันก็ยังไม่ได้คุยกับยองแจถึงเรื่องนี้เลย เราเพิ่งจะเห็นหน้ากัน ได้คุยกันถึงเรื่องนี้ก็วันนี้แหละ
                “ไม่เป็นไรหรอกครับ คนพวกนั้นไม่ได้ทำอะไรกับผมเลย
                “ยังไงฉันก็ต้องขอโทษนายอยู่ดีที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับนาย ทั้งๆ ที่นายไม่ควรมาเจออะไรแบบนี้เลย
                “อย่าโทษตัวเองเลยครับ คุณก็เห็นแล้วไม่ใช่เหรอว่าผมปลอดภัยดี คุณอย่ากังวลกับเรื่องที่มันผ่านไปแล้วเลย ที่ผมมาที่นี่ ยอมมาหาคุณไม่ใช่ให้คุณเอาแต่ขอโทษผมนะคุณหมอยองแจยกมือลูบแก้มอีกฝ่ายที่ยังคงมีความรู้สึกผิดอยู่เต็มไปหมด แจ็คสันเลยเอียงหน้าไปกับฝ่ามือนิ่มของอีกคน
                “นายคือคนที่ทำให้ฉันสบายใจทุกครั้งที่เจอ จนบางทีฉันก็อยากเห็นแก่ตัวที่จะครอบครองนายไว้คนเดียว แต่ฉันยังไม่เคยแน่ใจในตัวเองเลยว่าจะสามารถปกป้องนายได้รึเปล่าและเป็นผู้ชายที่ทำให้นายมีความสุขได้ไหม ฉันไม่อยากพูดว่าอยากให้นายไปเจอคนที่ดีและพร้อมจะดูแล เพราะฉันไม่ใช่คนดีที่ปล่อยให้นายไปมีความสุขกับคนอื่นขนาดนั้น แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงกับความสัมพันธ์ของเราดี ฉันกลัวว่าจะไม่ใช่แฟนที่ดี กลัวที่จะปกป้องนายไม่ได้ กลัวว่าความเห็นแก่ตัวของฉันจะทำร้ายนาย กลัวว่าความรักของฉันมันจะไม่มากพอที่จะทำให้นายมีความสุข
                “คุณหมอเอาแต่กลัว แต่ไม่เคยถามผมเลยว่าผมกลัวมั้ยที่จะต้องอยู่ข้างๆ คุณหมอ ทั้งๆ ที่ผมต่างหากที่ต้องถามตัวเองว่าผมคู่ควรกับคุณหมอมั้ย แต่คุณรู้มั้ย พอผมเลิกมองเรื่องพวกนั้น ผมคิดแค่อย่างเดียวว่าถ้าเราใจตรงกัน แค่นี้มันก็น่าจะพอแล้วไม่ใช่เหรอครับ
                “แต่ฉันกลัวว่านายจะต้องเจออะไรแบบนั้นอีกแจ็คสันกลัวจริงๆ นะ เขาโมโหมากๆ ที่ออสตินจับตัวยองแจไป และเขาทำอะไรไม่ได้ เขาไม่อยากให้ยองแจมาเป็นเครื่องมือต่อรองของใคร
                “ถ้าคุณหมอรักผมจริงๆ ความรักของคุณหมอนั่นแหละที่จะทำให้คุณหมอปกป้องผมได้ยองแจส่งยิ้มจนตาปิดให้กับคุณหมอหนุ่มรูปหล่อที่สารภาพความรู้สึกของตัวเองให้เขาฟังเสียยาวเหยียด
                “นายไว้ใจและเชื่อใจฉันขนาดนั้นเลยเหรอยองแจ
                “คุณหมอไม่คิดเหรอครับว่าเวลาของเรามันสั้น ผมไม่อยากรอแล้ว
                “นั่นสินะ เวลาของคนเรามันสั้นจริงๆ งั้นจะเป็นอะไรไหม ถ้าฉันจะขอคบกับนายตอนนี้
                “คุณหมอว่าที่ผมพูดมาทั้งหมดเพื่อจะตอบปฏิเสธคุณหมอเหรอครับ
                หมับ!
                “ฉันดีใจที่ได้ยินแบบนั้นแจ็คสันดึงตัวยองแจมากอดให้แน่นที่สุดที่ได้ยินคำตอบรับจากอีกฝ่าย
                “ผมก็ดีใจที่คุณหมอขอผมเป็นแฟนสักที คิดว่าเราจะอยู่กันแบบนี้โดยไม่มีสถานะกันไปตลอด
                “ขอโทษนะ
                “ผมให้อภัยก็ได้ยองแจลูบหลังคนที่เอาแต่ขอโทษกันเบาๆ
                “ฉันจะได้กอดนายแบบนี้ทุกวันแล้วใช่ไหม
                “คงไม่มีใครห้ามคนเป็นแฟนกันกอดกันหรอกมั้งครับ
                “งั้นนายกลับมาอยู่กับฉันเหมือนเดิมได้รึเปล่า
                “เรื่องนั้นคุณคงต้องไปถามพ่อผมเอง
                “คุณลุงอนุญาตอยู่แล้วล่ะ งั้นคืนนี้นอนด้วยกันที่นี่นะ
                “ผมลางานมาขนาดนี้ ผมคงกลับไปนอนบ้านมั้งครับ

-- JackJae’s Special –

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น